Archives พฤศจิกายน 2021

หวั่นโด้ย้ายทีม

หวั่นโด้ย้ายทีม แฟนปีศาจแดงหวั่นอนาคตของโรนัลโด้ภายใต้การคุมทีมของราล์ฟ รังนิค

หวั่นโด้ย้ายทีม เพราะการมาถึงของ รัล์ฟ รังนิค ในตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราว

หวั่นโด้ย้ายทีม อดีตนักเตะทีมปีศาจแดง ลุค แชดวิค ตื่นเต้นที่จะได้เห็น การเปลี่ยนแปลงที่ รังนิคสามารถจะนำมาสู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตั้งข้อสังเกตว่า นักกลยุทธ์ชาวเยอรมัน ได้รับการยกย่องอย่างสูงจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ และ โทมัส ทูเคิล แต่เขายอมรับ ว่ายากที่เห็น คริสเตียโน โรนัลโด จะเข้ากับโค้ชคนนี้ได้อย่างไร ด้วยสไตล์การเล่นของเขาทั้งสอง ระหว่างนั่งเตะและโค้ชที่ต่างกัน

ลุค แชดวิค มองเห็นว่า จากการเล่นของโรนัลโด ที่ผ่านมาหลังจาก การย้ายทีมของโรนัลโด้ จากยูเวนตุส มันชัดเจนอยู่แล้วว่า คริสเตียโน โรนัลโด ไม่สามารถเล่นเกมสไตล์ High-Pressing กับแมนยูได้ ฉะนั้นมันน่าสนใจไม่น้อย ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ภายในรายละเอียดการเล่น และหากโรนัลโด จำเป็นต้องให้โอกาส นักเตะคนอื่นลงเล่นแทน จะเป็นอย่างไร

รับชมข่าวที่น่าสนใจมากมายที่ >>> ข่าวกีฬา <<<

หวั่นโด้ย้ายทีม

ข้อสังเกตนี้กลายเป็นคำถามในใจแฟนบอลหลาน เพราะโรนัลโดเคยลั่นวาจาว่าอยากจะลงแข่งในทุก ๆ เกม 

คำถามที่คนอยากรู้ตอนนี้ กลับไม่ใช่ ข่าวโรนัลโด้ย้ายทีม แต่เป็นความต้องการ และความมุ่งมั่นของเขา ที่จะลงเล่นในทุก ๆ เกม ความหิวกระหายในการทำประตู หลายคนจึงคาดการณ์ว่า เขาคงไม่พอใจแน่ ถ้าเกิดจะต้องเล่นฟุตบอลแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ(เข้า ๆ ออก ๆ ที่นั่งสำรอง)

เหตุการณ์ที่โรนัลโด ไม่ได้ลงเล่นในแมตช์ ที่สู้กับเชลซีก็น่าตกใจพอแล้ว เพราะมันเป็นศึกใหญ่ศึกหนึ่ง มีคำถามมากมายว่า การได้เห็นโรนัลโด นั่งอยู่เก้าอี้สำรอง เป็นเพราะผู้จัดการใหม่ ไม่ให้เขาลงเล่นในนัดนั้นรึเปล่า ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น โรนัลโดอาจจะไม่ได้อยู่ กับแมนยูนานแน่นอน อาจจะมีข่าว โรนัลโด้ ย้ายทีมแมนยู เลยทีเดียว

เพราะปัจจุบันช่วงเวลา การค้าแข้งของเขานั้น เข้ามาถึงช่วงท้ายของชีวิตเขาแล้ว และแน่นอนว่า เขาจะต้องการเล่น ให้มากที่สุด ทำประตูให้ได้มากที่สุด หรือแม้กระทั่ง ทำลายสถิติหลาย ๆ สถิติอีกสักครั้ง รัล์ฟ รังนิค จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีม ในทางที่ดีหรือแย่ หรือถ้ามันดีและไม่มีโรนัลโด มันจะยังดีอยู่รึเปล่า เราคงต้องดูกันต่อไป

ความบันเทิงแบบจุใจ >>> ทางเข้า เว็บพนัน <<< 

ติดต่อรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ >>> @UFA-X10 <<<


เรียบเรียง: แซมมีแบร์

UFAX10

ข่าวบอล แพ้ลิเวอร์พูลเด้งแน่ เอฟเวอร์ตันเล็งกุนซือใหม่แทนเบนิเตซแล้ว

ข่าวบอล แพ้ลิเวอร์พูลเด้งแน่ เอฟเวอร์ตันเล็งกุนซือใหม่แทนเบนิเตซแล้ว

ข่าวบอล แพ้ลิเวอร์พูลเด้งแน่ ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน ใกล้ชะตาขาดเต็มที ถูกสื่อปูดว่ามีแววตกเก้าอี้สูงหากเกมต่อไปคุมทีมแพ้อีกนัดโดยทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน เล็งทาบกุนซือคนใหม่มารับงานแทนแล้ว
กุนซือสแปนิชกำลังตกที่นั่งลำบาก

UFAX10

เนื่องจากคุมทีมไม่ชนะใน พรีเมียร์ลีก นานเจ็ดนัดติดต่อกันแล้วโดยล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย. เอลบอส ก็พาทีมออกไปพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 1-0 จนหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 14 ของตาราง

ขอบคุณข่าว : https://www.siamsport.co.th/
สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.sportstrainerssale.com/
ข่าวกีฬา

ข่าวกีฬา จากนักมวยสู่นางฟ้าชุดขาว! “น้องแป๋ว บัวริมบึง” ถอดนวมคว้าพยาบาลดีเด่น

ข่าวกีฬา จากนักมวยสู่นางฟ้าชุดขาว! “น้องแป๋ว บัวริมบึง” ถอดนวมคว้าพยาบาลดีเด่น

 

ข่าวกีฬา งานอะไรก็ตาม หากทำด้วยใจที่รัก มักเป็นผลดี กับทั้งตนเอง และคนรอบข้าง อย่างเช่น “น้องแป๋ว บัวริมบึง” หรือ นฤมล จันทร์แดง สาวสวย อดีตนักมวยไทยและแชมป์โลกหญิง รุ่นอะตอมเวท (102 ปอนด์) ของสภามวยแห่งเอเชีย ที่ประกาศแขวนนวมเพื่อไปเป็นนางพยาบาล เธอทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่จนประสบความสำเร็จอีกหน

 

6

ล่าสุด “น้องแป๋ว” ในวัย 28 ปีมุ่งมั่นและทำหน้าที่ของตัวเอง จนได้รับเลือกให้เป็นพยาบาลดีเด่นจากโรงพยาบาลบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

แม้เป็นเพียงการยกย่อง มอบรางวัลเล็กๆ แต่สำหรับเจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้ ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เกิดบนเส้นทางอาชีพในฝันที่เจ้าตัวอยากจะเป็นมาตั้งแต่วัยเยาว์

สำหรับ “น้องแป๋ว บัวริมบึง” เคยฝากผลงานการชกทั้งมวยไทย และ มวยสากลมาอย่างโชกโชน ด้วยสถิติชกมวยไทย 40 ครั้ง ชนะ 30 แพ้ 7 เสมอ 3 ขณะที่การชกมวยสากลอาชีพ 20 ครั้ง ชนะ 19 เสมอ 1 ก่อนประกาศแขวนนวมหันไปเอาดีทางด้านการเรียนจนสำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี จาก ม.กรุงเทพธนบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาพยาบาลศาสตร์และเป็นพยาบาลที่บ้านเกิดจนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportstrainerssale.com

ม้าแข่ง

ม้าแข่ง กีฬาอันทรงเกียรติ ที่กำลังจะ สูญหายไป ตามกาลเวลา

ม้าแข่ง ใกล้เวลา ที่จะถึงจุดจบ แล้วหรือยัง ?

ม้าแข่ง กีฬาที่อยู่คู่สังคมไทย มาอย่างยาวนาน ซึ่งจะมีสนามแข่ง ที่จะพูดถึง 2 แห่งในประเทศไทย คือ สนามม้านางเลิ้งที่ กทม. และสนามม้าค่ายสุรนารี หรือสนามม้าโคราช ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ ปัจจุบันได้ทำการปิดตัวไปแล้ว ทางเข้า เว็บพนัน

โดยสนามม้านางเลิ้งที่ กทม. ได้ปิดตัวไปแล้วอย่างถาวร โดยจะนำพื้นที่ของสนามม้า ไปทำเป็นสวนสาธารณะ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในพื้นที่กว่า 297 ไร่ ที่มีกำหนดสร้างเสร็จในปี 2565 ที่จะถึงนี้ ตามพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ปิดตำนาน 102 ปี สนามม้านางเลิ้ง ทำให้เหลือ สนามม้าแข่ง แห่งเดียวใน กรุงเทพฯ คือสนามราชกรีฑาสโมสร หรือที่เรียกกันว่า ‘ สนามฝรั่ง ’

สนามม้าค่ายสุรนารี ม้าแข่งล่าสุด ปิดตัวไปเนื่องจาก ภาวะแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส Covid 19 ทำให้ความครึกครื้น ที่เกิดขึ้นทุกวันเสาร์ ก็หมดลงตามไปด้วย

เชื้อโรคไม่ได้สร้างผลกระทบ แค่กับกิจกรรมม้าแข่ง แต่กับตัวม้าเองก็ไม่แพ้กัน โรคติดต่อ ที่ติดจากม้าลาย ในแอฟริกา นำเชื้อเข้ามา จนทำให้ม้าในบ้านเรา ตายมากกว่า 600 ตัว เป็นตัวเลขที่น่าใจหายมาก เพราะม้าแข่งแต่ละตัว ไม่ใช่ถูก ๆ 

จากการปิดตัว ของสนามม้า ม้าแข่งเชียงใหม่ล่าสุด ทำให้หลายอาชีพ ในวงการม้าแข่ง ต้องหายไป ทั้งคนขี่ม้าแข่ง หรือ จ๊อกกี้ คนเลี้ยงม้า เด็กซ้อมม้า เด็กปล่อยม้า คนตัดหญ้า คนขายตั๋ว และผู้ฝึกซ้อมสอนม้า ต้องตกงาน 

ม้าแข่ง

ม้าแข่ง กีฬาทรงเกียรติ หรือการพนัน ไร้ศักดิ์ศรี ?

การแข่งม้าเป็น กีฬาพระราชา ที่มีเกียรติ ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงให้กำเนิด ราชกรีฑาสโมสร ขึ้นมา และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงให้สร้าง ราชตฤณมัยสมาคม

บุคคลทั่วไป ที่ไม่เคยได้เข้ามาสัมผัส หรือคลุกคลีกับวงการม้าแข่ง อาจจะมองว่า การแข่งม้าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ ทั้งทรมานสัตว์ ทั้งเป็นการพนัน ดูอยู่ในมุมมืด ดูน่ากลัว

ในส่วนของภาครัฐ มองว่าสนามแข่งม้า เป็นกิจการเสี่ยงโชค ที่มีการควบคุมการเล่น ตามมาตรการ ทางกฎหมาย และมาตรการทาง จารีตประเพณี ที่รัฐอนุญาต ให้เล่นพนันได้

ในสมัยก่อน สนามม้าแข่ง จะตั้งอยู่ในเขตทหาร และควบคุมดูแล บริหารจัดการ โดยทหาร มีอย่างน้อย 6 สนาม ม้าแข่งทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา อุดรธานี

ม้าแข่งขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ต่อมาก็ได้มีการปรับตัว ไปตามยุคตามสมัย เพื่อเอาตัวรอด

สนามม้านางเลิ้ง

ราชตฤณมัยสมาคม แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ( ชื่ออังกฤษ Royal Turf Club of Thailand under the Royal Patronage ) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สนามม้านางเลิ้ง เป็นสนามที่ พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และเปิดใช้ เป็นทางการ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2459 

ซึ่งเปิดให้มี การแข่งขันม้าแข่ง ทุกวันอาทิตย์ มาเป็นเวลายาวนาน ถึง 102 ปี ตั้งอยู่ในแขวง สวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีเม็ดเงินสะพัด จากการพนันแข่งม้าวันละ 30-40 ล้านบาท

สนามม้าแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์ เข้าร่วมแข่งอีกด้วย

ปิดตำนานสนามม้า ของพระราชา มีนาคม พ.ศ. 2562 ได้มีคำสั่งรื้อถอน สนามม้านางเลิ้ง ซึ่งเป็นผลจากการที่ สำนักงานทรัพย์สิน พระมหากษัตริย์ ได้ยกเลิกสัญญาเช่า

และจะนำไปสร้าง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือเรียกสั้น ๆ ว่าสวนสาธารณะ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ในพื้นที่กว่า 297 ไร่ ประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์ สวนสาธารณะ และพื้นที่แก้มลิง ที่คาดการณ์ว่าจะเปิดในปี 2565

ม้าแข่ง

สนามม้าค่ายสุรนารี หรือสนามม้าโคราช

สนามม้าโคราช หรือ สนามกีฬาทหาร จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ในบริเวณ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี นครราชสีมา เป็นสนามม้า คู่บ้านคู่เมืองของโคราช ที่เปิดทำการแข่งขัน มาอย่างยาวนาน นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ของโคราช

ที่มีทั้งนักท่องเที่ยว คออาชา และประชาชนทั่วไป เข้ามาชมการแข่งขัน ในทุกสัปดาห์ วันละ 3,000-4,000 คน ที่เข้ามาตื่นตาตื่นใจ กับความลุ้นระทึก ว่าม้าที่ตนแทง จะเข้าวินหรือไม่

ซึ่งการพนันในที่นี้ เป็นการพนันที่ถูกกฎหมาย มีเม็ดเงินสะพัด ในการพนันแข่งม้า ประมาณวันละ 4-5 ล้านบาท ของทุกวันเสาร์​

สนามม้าโคราช มีสมาชิกคอกม้า อยู่ประมาณ 100 คอก นับว่าเป็นสนามม้า ที่มีสมาชิกคอกม้ามากที่สุด ทำให้มีความหลากหลาย ของม้าในการแข่งขัน โดยสมาชิกคอกม้า แต่ละคอกจะมีม้า คอกละประมาณ 4-5 ตัว หรือ 10 ตัว ม้าเหล่านี้ จะไปแข่งหลายสนาม ไม่ว่าจะเป็น สนามที่โคราชเอง จังหวัดใกล้เคียง และในกรุงเทพฯ

แต่ด้วยสถานการณ์ การแพร่ระบาด ของไวรัส Covid 19 ทำให้สนาม ต้องปิดตัวลงไป กว่า 1 ปีแล้ว ส่งผลให้บุคคลในวงการ กีฬาม้าแข่งประมาณ 4 หมื่นคน ที่ได้รับผลกระทบ มีเงินหมุนเวียน ที่สูญเสียไปกว่า 600 ล้านบาท และแต่ละคอกก็ทยอย ขายม้าแข่ง โคราช ออกไปเพราะรับภาระ ค่าใช้จ่ายไม่ไหว

ติดตามอ่านเพิ่มเติมใน ข่าวกีฬา

รับข้อเสนอดี ๆ ที่นี่ @UFA-X10

___ หลงวาริน ___

UFAX10

ข่าวกีฬา ปีนี้จะตามรอยไหม?

ข่าวกีฬา การประกาศผลรางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2021

UFAX10

ข่าวกีฬา โดยกรณีของ เมสซี่ เป็นการได้แชมป์ระดับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกจากการเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาในศึก โคปา อเมริกา ส่วน เลวานดอฟสกี้ สามารถทุบสถิติดาวยิงสูงสุดต่อ 1 ฤดูกาลในศึก บุนเดสลีกา ที่ แกร์ด มุลเลอร์

เคยครองมาตั้งแต่ซีซั่น 1971-72 ลงได้ ด้วยการซัดไปถึง 40 ประตู ด้วยเหตุนี้ หลายคนเลยมองว่ามันมีโอกาสที่การลุ้นขับเคี่ยวรางวัลลูกฟุตบอลทองคำของทั้ง 2 คนจะคู่คี่สูสีกันสุดๆ ชนิดที่มีคะแนนห่างกันไม่มากนัก ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่อันดับ 1

กับอันดับ 2 มีคะแนนไล่เลี่ยกัน แต่มีอยู่ 2 ครั้งที่ผลต่างระหว่างผู้สมหวังกับผู้ผิดหวังอยู่ที่เพียง 1 คะแนน ครั้งแรกที่เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นคือรางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 1966 โดยตอนนั้นมีนักเตะชื่อดังที่เข้าลุ้นรางวัลหลายคน

อย่างเช่น เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, ยูเซบิโอ, ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์, บ็อบบี้ มัวร์, ฟลอเรียน อัลแบร์ต เป็นต้น แต่ 2 คนที่ถูกมองว่ามีลุ้นรางวัลมากที่สุดคือ ชาร์ลตัน กับ ยูเซบิโอ

ในฤดูกาล 1965-66 ชาร์ลตัน ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการทำประตูให้ทีมไป 18 นัดจากการลงเล่น 54 เกมในทุกรายการ ซึ่งถึงแม้ซีซั่นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เพียงอันดับ 4 ของลีก แต่ทัพ “ปีศาจแดง” สามารถทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ทั้งใน ยูโรเปี้ยน คัพ

(ชื่อเดิมของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) และ เอฟเอ คัพ ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 1966 ชาร์ลตัน ยังเป็นหนึ่งในขุนพลของทีมชาติอังกฤษชุดที่คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ปี 1966 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพเองมาครองได้ด้วย โดยในทัวร์นาเมนท์นั้นเขาทำไป 3 ประตู ด้วยกัน

ขอบคุณข่าว : https://www.siamsport.co.th/

สนใจสมัคร ติดต่อ : sportstrainerssale.com
ข่าวกีฬา

ข่าวกีฬา อุดรผงาดแชมป์ที่3ปิดซีซั่นนั่งมือ1สิงห์ไทยแลนด์แชมเปี้ยนส์

ข่าวกีฬา อุดรผงาดแชมป์ที่3ปิดซีซั่นนั่งมือ1สิงห์ไทยแลนด์แชมเปี้ยนส์

ข่าวกีฬา “โปรดอน” อุดร ดวงเดชา สวิงจากเชียงใหม่ ปิดเกมด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 201 หลังจบรอบสุดท้ายอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 คว้าแชมป์

สิงห์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ ทัวร์ สนามสุดท้าย จัดขึ้น ณ สนามกอล์ฟ กบินทร์บุรี สปอร์ตส คลับ จ.ปราจีนบุรี แบบพาร์ 72 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นแชมป์ที่ 3 ในทัวร์ ส่งผลให้คว้าอันดับ 1

ในตารางเงินรางวัลสูงสุด ออเดอร์ ออฟ เมอริท ด้วยเงินรางวัลสะสมทั้งฤดูกาลรวม 538,800 บาท
การแข่งขันกอล์ฟ สิงห์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ ทัวร์ สนามสุดท้าย รายการนี้เป็นสนามที่ 6 ของการสะสมคะแนน ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต ของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก

บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, การกีฬาแห่งประเทศไทย และ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จัดการแข่งขัน ชิงเงินรางวัลรวม 1.1 ล้านบาท แบ่งการแข่งขันออกเป็นประเภท ซีเนียร์ ทัวร์

 

13

 

(50 ปีขึ้นไป) แข่งแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม 24-26 พ.ย.ที่ผ่านมา ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท และประเภท แกรนด์ ซีเนียร์ โปร (65 ปีขึ้นไป) แข่งแบบสโตรคเพลย์วันเดียวเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาชิง 1 แสนบาท ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี แบบพาร์ 72

จบรอบสุดท้าย โปรดอน อุดร ดวงเดชา สวิงจากเชียงใหม่ ที่ก่อนเริ่มเล่นรอบสุดท้ายเป็นฝ่ายตามหลัง สมบูรณ์ ลีลาฐิติกุล ผู้นำจาก 2 วันแรก 2 สโตรก ก่อนเก็บโบกี้ฟรี และทำเพิ่มอีก 4 เบอร์ดี้

จบรอบนี้ด้วยผลงาน 4 อันเดอร์พาร์ 68 ทำสกอร์รวม 3 วัน 15 อันเดอร์พาร์ 201 แซง สมบูรณ์ ที่รอบนี้หวดเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 74 ทำสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 205 คว้ารองแชมป์ไปครอง

จากแชมป์รายการนี้ทำให้ อุดร คว้าแชมป์ในซีซั่นนี้เป็นรายการที่ 3 หลังคว้ามาแล้ว 2 แชมป์ในซีซั่นนี้ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และที่สนามแบล๊คเมาท์เท่น กอล์ฟ คลับ เมื่อต้นเดือน

ต.ค.ที่ผ่านมา โดย อุดร รับถ้วยพร้อมเงินรางวัลไป 120,000 บาท และทำเงินรางวัลสะสมในซีซั่นไปแล้วทั้งสิ้น 538,800 บาท ครองแชมป์ทำเงินของปีนี้ไป

สมบูรณ์ ที่คว้ารองแชมป์รับเงินรางวัลไป 80,000 บาท โดยมี นิพนธ์ สกุลวีรวรรณ และธรรมนูญ ศรีโรจน์ ที่ทำสกอร์มาเท่ากันที่ 9 อันเดอร์พาร์ 207 คว้าอันดับ 3 ร่วมแบ่งเงินรางวัลไปคนละ 55,000

โดยในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก คุณเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมฯ เดินทางมาเป็นประธานในงานด้วย

ด้านอันดับทำเงินรางวัลสะสมในปีนี้ นอกจาก อุดร ที่ครองแชมป์แล้ว อันดับ 2 เป็นของ ธรรมนูญ ศรีโรจน์ จากเงินรางวัลสะสม 348,200 บาท โดยมี สมบูรณ์ ลีลาฐิติกุล รั้งอันดับ 3 ที่เงินรางวัล 250,000 บาท ขณะที่ ถาวร วิรัตน์จันทร์ รั้งอันดับ 4 ที่เงินรางวัลสะสม 236,400 บาท และ อันดับ 5 เป็นของ พจน์ ประจักษ์ธนาทร เงินรางวัลสะสม 226,755 บาท

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportstrainerssale.com

ประวัติ ยูเซน โบลต์

ประวัติ ยูเซน โบลต์ บุคคลผู้วิ่งเร็วที่สุดในโลก

ประวัติ ยูเซน โบลต์ นักวิ่งที่เป็นตำนาน วิ่งเร็วแบบสายฟ้าฟาด กับสถิติอันดับโลก

ประวัติ ยูเซน โบลต์ หากพูดถึงนักวิ่ง ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลายคนต้องรู้จัก เขาคนนี้สำหรับ ยูเซน โบลต์ สถิติโลก เขาได้ชื่อว่าเป็นนักวิ่ง ที่มีสถิติ วิ่งเร็วมากที่สุดในโลก และเป็นเจ้าของ เหรียญรางวัลมากมาย

แต่เขาเป็นนักกีฬา ที่นอกจากจะชื่นชอบ ในการวิ่งแล้ว เขายังผันตัว ไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพด้วย วันนี้เราได้นำเรื่องราวของ ตำนานนักวิ่งอย่าง ยูเซน โบลต์ มาฝากกัน

ประวัติ ยูเซน โบลต์ มีอะไรที่แฟน ๆ ต้องรู้บ้าง ?

ประวัติ ยูเซน โบลต์

เขาคนนี้มีชื่อเต็ม ๆ ว่ายูเซน เซนต์ ลีโอ โบลต์ เขาเป็นเด็กน้อยที่ เกิดช้ากว่ากำหนดถึง 1 สัปดาห์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1986 แม้ว่าพ่อแม่ของเขา จะมีอาชีพที่แสนธรรมดา คนหนึ่งเป็นชาวนา คนหนึ่งเป็นพนักงาน ที่ร้านขายของชำ แต่พวกเขาทั้งคู่ ก็เป็นนักวิ่งด้วย

เมื่อตอนที่โบลต์เป็นเด็ก เขาเป็นเด็กที่ ดูเหมือนจะเป็นไฮเปอร์ หยุดอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ เขามีพลังงาน แบบล้นเหลือมาก ๆ เมื่อพ่อและแม่ ตัดสินใจพาโบลต์ไปพบแพทย์ ก็พบว่าลูกชาย เป็นไฮเปอร์จริง ๆ เขาจึงต้องเล่นกีฬา

แต่กีฬาเริ่มต้นของโบลต์คือ การเล่นฟุตบอล และการเล่นคริกเก็ต แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าโรงเรียน เขาเริ่มลงแข่งวิ่งมากขึ้น และเขาเริ่มฉายแวว ว่ามีพรสวรรค์ ในการวิ่งมากกว่ากีฬาอื่น ๆ

เขาเป็นเด็กที่ วิ่งเร็วกว่าเด็กคนอื่น ๆ ตั้งแต่สมัย ก่อนเข้าไฮสคูลแล้ว เมื่อเขาเรียนต่อในระดับไฮสคูล โค้ชได้แนะนำให้เขา ไปเอาจริงเอาจังกับการวิ่ง มากกว่ากีฬาชนิดอื่น ๆ

เขาเริ่มต้นแข่งขัน ตั้งแต่อายุ 14 ปี ได้รับเหรียญรางวัลมากมาย และได้รางวัล ดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกด้วย

โอลิมปิก คือสถานที่แจ้งเกิดของผู้ชายคนนี้

ยูเซน โบลต์ รายได้

โบลต์เริ่มต้นลงแข่งขัน ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งแรกในปี 2004 แต่ในครั้งนั้น เขาต้องตกรอบ เพราะมีปัญหา อาการบาดเจ็บ เขากลับมาทวง บัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในปี 2008 เขาคือเจ้าของสถิติโลก และคว้าแชมป์ในหลาย ๆ รายการ

ในปี 2008 ไม่มีใครที่ ไม่รู้จักชื่อของเขา เขาคือชายที่ วิ่งเร็วที่สุดในโลก และยังไม่มีใคร ทำลายสถิติของเขาได้ นอกจากความยิ่งใหญ่ ในการแข่งขัน โอลิมปิกในปี 2008 เขายังสร้างสถิติ ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ในปี 2009 อีกด้วย

เขาสามารถคว้าเหรียญทอง โอลิมปิกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งคว้าได้ทั้งในรายการ 100 เมตร และ 200 เมตร เขาเริ่มต้นคว้าเหรียญทอง ครั้งแรกในปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง เขายังคงรักษาแชมป์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และทำได้เป็นครั้งที่ 3 ในเมืองรีโอ ประเทศบราซิล

ยูเซน โบลต์ รายได้ เข้ามามากมายมหาศาล เขาได้รับเงินค่าตัวราว ๆ 1,124 ล้านบาทต่อปี เรียกว่าเป็นนักกีฬา ที่มีรายได้มหาศาล อีกคนเลยนะ

แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของสถิติมากมาย แต่ usain bolt เลิกวิ่ง ทันทีหลังจากที่ ไม่ชนะในการแข่งขัน ชิงแชมป์โลกในปี 2017 แต่แม้เขาจะเลิกวิ่ง แต่สถิติของเขานั้น ก็ยังไม่มีใคร สามารถทำลายได้ เขายังคงเป็น วิ่ง 100 เมตร ชาย สถิติโลก มาจนถึงปัจจุบัน

เคล็ดลับของ ยูเซน โบลต์ สถิติโลก เขาก้าวมาสู่จุดสูงสุดได้อย่างไร ?

นักวิชาการหลายคน ออกมาเผยว่า สาเหตุที่เขา สามารถวิ่งได้เร็วกว่าคนอื่น นั่นเป็นเพราะเขามี ช่วงขาที่ยาวกว่าคนอื่น แต่จริง ๆ แล้ว การมีช่วงขาที่ยาว ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เพียงอย่างเดียวในการเป็น เจ้าของสถิติโลก

เขาเป็นนักกีฬาที่ มีความมุ่งมั่นมาก ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่าย ๆ เขารักในสิ่งที่เขาทำ หลังจากที่เขาวิ่งจบ เขาจะมีลีลาสุดกวน ให้แฟน ๆ ในสนามได้เห็นเสมอ เขาเป็นนักกีฬาที่ มีอารมณ์ขัน แต่ก็เต็มไปด้วยวินัย

ยูเซน โบลต์ ความเร็ว ที่เขาทำได้ดีที่สุดคือ 9.69 วินาที การวิ่งระยะ 100 เมตร ทุกครั้งที่ชายคนนี้ลงสนาม เขาจะมอบความสุข และสร้างความทรงจำที่ดีให้กับแฟน ๆ ของเขาอยู่เสมอ แม้ว่าปัจจุบัน เขาจะเลิกวิ่งอาชีพแล้ว แต่ความสนุกสนาน ลีลาการโพสต์ท่า และความเร็วของเขา ยังคงเป็นเอกลักษณ์ ที่แฟน ๆ ยังจำได้ดี

นอกจากนี้ เขายังเป็นนักวิ่ง ที่ถือเป็นตำนานของ วงการกรีฑา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังมีหลายคนที่มุ่งมั่น และพยายามจะเป็นแบบเขา เพื่อเป็นนักวิ่งที่ดีที่สุดให้ได้

เมื่อคนที่วิ่งเร็วที่สุดมาเป็น ยูเซน โบลต์ เตะบอล 

ยูเซน โบลต์ สถิติโลก

เขาชอบการเล่นฟุตบอล มาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แต่เพราะโค้ชแนะนำ ให้เขามาวิ่ง ทำให้เขาไปเอาดี ในการวิ่งมากกว่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันวิ่ง เขาตัดสินใจ เลิกวิ่งอย่างถาวร

และกระแส ยูเซน โบลต์ เตะบอล ก็เป็นกระแสฮือฮา ที่มีแฟน ๆ พูดถึงเป็นอย่างมาก เขาตระเวนไปในทีมต่าง ๆ เคยยิงประตูได้ 2 ลูก จากการเล่นนัดอุ่นเครื่อง แต่เพราะค่าตัว ที่แสนแพงของเขา ทำให้ไม่มีทีมไหน จะจ่ายค่าเหนื่อยได้

เขาจึงตัดสินใจแขวนสตั๊ด เมื่ออายุ 32 ปีเท่านั้น แต่เขาก็ยังเป็นคนดัง ที่ได้เงินจากการออกรายการโชว์ต่าง ๆ รวมถึงงานพรีเซ็นเตอร์ด้วย แม้ว่าเขาจะเลิกเล่นกีฬาไปแล้ว ด้วยวัยที่มากขึ้น แต่เขายังคงเป็นต้นแบบ ของนักวิ่งในยุคปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขายังคงเป็น เจ้าของสถิติโลก ที่ยังไม่มีใคร ที่จะมาทำลายได้ และเขายังเป็นนักกีฬา ที่มีชื่อเสียงอีกคน ที่แฟน ๆ จดจำได้ดี

สำหรับใครที่ชอบติดตาม ข่าวกีฬา และอยากจะหา ทางเข้า เว็บพนัน เว็บของเราก็มี ข้อมูลเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

 

สามารถติดตามเนื้อหา ข่าวกีฬาเพิ่มเติมที่ : @UFA-X10

 

เรียบเรียงโดย : แมวเป้า

ประวัติ ไมก์ ไทสัน

ประวัติ ไมก์ ไทสัน ตำนานมวยที่โลกรู้จัก

ประวัติ ไมก์ ไทสัน สุดยอดตำนานมวย ที่แฟน ๆ กล่าวขานถึงวีรกรรมมากมาย

ประวัติ ไมก์ ไทสัน เส้นทางชีวิตของ อดีตนักมวยที่ ยิ่งกว่าละครดราม่าของไมก์ ไทสัน นักมวยที่ได้ฉายา มฤตยูดำ ซึ่งเขาคือหนึ่งใน นักมวยที่มีชื่อเสียงที่สุด ในขณะนั้น เลยก็ว่าได้

เรียกว่าชื่อเสียงก้องโลก แฟนคลับหนาแน่น แต่แล้วความโด่งดัง ของเขาก็ต้องจางหายไป เมื่อเขากับดำเนินชีวิต ไปตามใจของตัวเอง

ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่าน ไปรู้จักอดีตนักมวย ที่มีอิทธิพล มากที่สุดในอดีต อย่างไมก์ ไท สัน

ประวัติ ไมก์ ไทสัน มีประวัติความเป็นมายังไงบ้าง ?

ประวัติ ไมก์ ไทสัน

ไมก์ ไทสัน หรือ ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน เขาคือนักมวย ชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 30 มิถุนายน 1966 ไม่ ค์ ไท สัน ปัจจุบัน เขามีอายุ 55 ปี ไมค์ ไทสัน หนัก 100 กิโลกรัม

งในตอนเด็ก เขาอยู่ในสลัม ในนครนิวยอร์ก สภาพแวดล้อม รอบบ้านของเขา ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ทำให้เขากลายเป็น เด็กที่ค่อนข้างเกเร มีเรื่องกับเพื่อนบ้านอยู่บ่อย ๆ แต่แล้วโชคชะตา ก็กลับเป็นใจ เมื่อเขาได้เจอกับ คัส ดีอมาโต เขาเป็นเทรนเนอร์มวย ชาวอิตาเลียน ที่เห็นหน่วยก้านของไมก์ ไทสัน และสอนให้เขา รู้จักกับมวยสากล

และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้น ของนักมวยในตำนาน ซึ่งแน่นอนว่า ไมก์ ไทสันเอง ได้ยกย่องให้ คัส ดีอมาโต้ เป็นอีกหนึ่งผู้มีพระคุณ เปรียบเสมือนพ่ออีกคน ของเขาเลยก็ว่าได้ โดยเขาได้ฝึกฝน เรียนรู้อย่างตั้งใจ ทั้งกติกา และเทคนิคต่าง ๆ จนทำให้เขาเป็น นักมวยที่แกร่งคนหนึ่งของโลก

ก้าวสู่ความสำเร็จด้วยตัวเอง

ไม่ ค์ ไท สัน ปัจจุบัน

ความสำเร็จของไมก์ ไทสัน เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนัก รวมถึงการตั้งใจที่ แน่วแน่ของไมก์ ไทสัน จนทำให้เขา ประสบความสำเร็จ อย่างไม่คาดคิด โดยในปี 1986 เขาสามารถชนะติดกันรวด

โดยสร้างสถิติชก 26 ครั้ง รวมถึงการทุบสถิติ เป็นการชนะน็อค มากถึง 24 ครั้งอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า เขาคือนักมวยรุ่นเฮฟวีเวท ที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถคว้าแชมป์โลก ไปอย่างไม่น่าเชื่อ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของความยิ่งใหญ่ของ ไมก์ ไทสัน

ซึ่งเขาสามารถ เอาชนะด้วยการชนะน็อค โดยใช้เวลาเพียง 2 ยกเท่านั้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ ทำให้คนรู้จักเขา กึกก้องทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ ที่ออกแนวดุดัน  ดิบและป่าเถื่อน

ซึ่งคนที่สร้างคาแรกเตอร์นี้ ให้กับเขาคือ คอนคิง โปรโมเตอร์ชื่อดัง ซึ่งคอนคิงเอง ก็หารายได้จากไมก์ ไทสัน ไปไม่น้อย เขาเป็นนักมวย ที่เป็นแชมป์กวาดรางวัล ได้มากถึงสามสถาบัน

นั่นคือ การเป็นแชมป์โลก WBC รุ่นเฮฟวีเวท แชมป์โลก IBF รุ่นเฮฟวีเวท และแชมป์โลก WBA รุ่นเฮฟวีเวท นั่นคือความสำเร็จที่เกิดขึ้น  แต่แล้วความมั่นใจ ในตัวเองของเขา จนละเลยความตั้งใจ จนทำให้ ไม่ ค์ ไท สัน แพ้ น็อคให้กับ เจมส์ บัตเตอร์ ดักลาส ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่เขาเกิดความ ชะล่าใจจนเกินไป

เกียรติประวัติตลอดการเป็น นักมวยอาชีพ

หากพูดถึงเกียรติประวัติของ ไมค์ ไทสัน ต้องบอกว่านอกจากเขา จะสามารถคว้าแชมป์โลก รุ่นเฮฟวีเวทได้ ถึงสามสถาบันแล้ว ความยิ่งใหญ่ที่ ไม่มีใครทำได้คือ การป้องกันแชมป์

ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เป็น อุปสรรคของไมก์ ไทสัน เลยเขาสามารถ รักษาแชมป์ได้ หลายต่อหลายครั้ง หลายสมัยติดต่อกัน  ซึ่งสถิติของเขาคือ การครองแชมป์มากถึง 19 ครั้ง ซึ่งเป็นการชนะน็อค ตั้งแต่ยกแรกไปถึง 12 ครั้ง

เรียกว่าใครก็ตาม ที่ต้องเจอกับไมก์ ไทสัน ต่างมีความเกรงกลัว ในความดุเดือด และบ้าระห่ำของเขา  และนับเป็นนักมวยอีกคน ที่สร้างสถิติให้กับ ประวัติศาสตร์มวยสากล แบบที่ไม่มีใคร สามารถจะลืมเลือน ความยิ่งใหญ่ของเขาได้

จากนักชกจากจุดสูงสุด สู่จุดต่ำสุด

ไม่ ค์ ไท สัน แพ้

แม้ว่าความสำเร็จ ของเขาจะนำพาให้ เขากลายเป็นนักมวยอาชีพ ที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล แต่นิสัยความก้าวร้าวของเขา กลับเริ่มทวีคูณ มากยิ่งขึ้นอีก ชีวิตเขาเริ่มตกต่ำ เมื่อเขาแพ้คดี จากคดีข่มขืนนางงามผิวดำ ของอเมริกา และเขายังมีข่าว ไทสัน ต่อยภรรยา ที่เป็นข่าวลืออีกด้วย

ซึ่งทำให้เขา ต้องจำคุกกว่า 3 ปี แต่แล้วเมื่อเขา ได้ออกมาจากคุก เขาเริ่มต้นฝึกหนักขึ้น หมายมั่นจะขึ้นเป็น แชมป์อีกครั้งนึง ซึ่งครั้งนั้นเขาต้อง ขึ้นชกกับโฮลีฟิลด์

ซึ่งแน่นอนว่า เขาได้แพ้น็อค ให้กับโฮลีฟิลด์ ซึ่งการพ่ายแพ้ครั้งนั้น กับเป็นบาดแผล อันฝังลึกของเขา เขาจึงเริ่มฝึกหนักขึ้น เพื่อหวังจะล้างแค้น และแล้ววันนั้นก็มาถึง เป็นอีกครั้งที่เขาได้ขึ้นชกกับโฮลีฟิลด์ อดีตคู่แค้น ที่เขาเคยพ่ายแพ้

เขากับเดินหน้าชก โฮลีฟิลด์แบบไม่ยั้ง และเขาได้กัดหูของ โฮลีฟิลด์ ซึ่งแน่นอนว่า เป็นเหตุการณ์ที่แฟน ๆ มวยสากลต่างตกใจ รวมถึงกรรมการด้วย ซึ่งนั่นทำให้ไมก์ ไทสัน ถูกปรับแพ้

รวมถึงถูกยึด ใบนักมวยอาชีพอีกด้วย รวมถึงการโดนปรับกว่า 300 ล้านดอลล่าสหรัฐ หลังจากนั้นเขากลับทำตัว เกเรมากขึ้น เพราะเขากลับใช้เงิน สุรุ่ยสุร่าย ทะเลาะวิวาท

ไมก์ ไทสัน ถูกจำคุกอีกครั้ง ในปี 2004 หลังจากที่เขา ถูกจับในข้อหา มีสิ่งเสพติด ไว้ในครอบครอง ซึ่งสิ่งเสพติดนั้นก็คือ โคเคนนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เขาตกต่ำ และไม่สามารถ คว้าแชมป์ได้อีก เพราะหลังจากนั้น เขาพยายามขึ้นชกอีก แต่เขาก็ต้องพ่ายแพ้

แถมแพ้น็อคอีกต่างหาก นั่นทำให้ ไมค์ไทสัน ล่าสุด ออกจากวงการมวยสากล อย่างถาวรเลย จากนักมวยที่ มีรายได้มหาศาล กลับต้องสูญเสียทุกอย่าง เพราะความบ้า และความใจร้อนของเขา

ทำให้ไมก์ ไทสัน เหลือเพียงชื่อ อดีตนักมวยสากล ที่เคยประสบความสำเร็จ คนหนึ่งเท่านั้น เขายังเคยถูกเปรียบเทียบกับ มูฮัมหมัด อาลี ตำนานมวยอีกคนด้วย

หวังว่าบทความกีฬาดี ๆ ที่เรานำมาฝาก จะถูกใจคนชอบดูกีฬากันนะ สำหรับใครที่หา ทางเข้า เว็บพนัน สามารถหาได้จาก เว็บของเราเลยนะ

 

สามารถติดตาม ข่าวกีฬา เพิ่มเติมได้ที่ : @UFA-X10

 

เรียบเรียงโดย : ตุ๊กตุ๊กตุ๊ก

ข่าวบอล

ข่าวกีฬา ไอ้น้องยืดเลย! คล็อปป์ชมเปาะมอร์ตันฟอร์มเยี่ยม

ข่าวกีฬา  ไอ้น้องยืดเลย! คล็อปป์ชมเปาะมอร์ตันฟอร์มเยี่ยม

ข่าวกีฬา  เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวชมผลงานของ ไทเลอร์ มอร์ตัน กองกลางดาวรุ่งว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้น หลังถูกส่งลงเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นเกมแรกเปิดบ้านคว่ำ ปอร์โต้ 2-0 เมื่อวันพุธที่ 24 พ.ย.
ดาวเตะอนาคตไกลซึ่งเป็นปั้นในอะคาเดมี่ของ หงส์แดง ได้รับโอกาสจากเจ้านายชาวเมืองเบียร์ให้ลงไปโชว์ฝีเท้าต่อหน้าสาวก เดอะ ค็อป ที่ แอนฟิลด์ เนื่องจาก เร้ด แมชีน ลอยลำเข้ารอบ 16 ทีมได้ก่อนแล้ว และ มอร์ตัน ก็ไม่ทำให้ คล็อปป์ ต้องผิดหวัง

ขอบคุณข่าว :  www.siamsport.co.th

อ่านต่อได้ที่  :  www.sportstrainerssale.com

Troy Cooley

Troy Cooley ผู้ช่วยทีมของ Joe Root เตรียมพร้อมสำหรับ การแข่งที่จะมาถึง

Troy Cooley หนึ่งในสถาปนิกของ Ashes ผู้ชนะรางวัล Ashes ปี 2005 ของอังกฤษ จะช่วยทีมของ Joe Root เตรียมพร้อมสำหรับซีรีส์ที่กำลังจะมาถึง

Troy Cooley ชาวออสเตรเลีย เป็นโค้ชโบว์ลิ่ง ของทีมอังกฤษ เมื่อทีมของ Michael Vaughan ชนะโกศเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ทรอย คูลลีย์ วัย 55 ปี จะทำงานเป็น ที่ปรึกษาให้ กับโค้ชโบว์ลิ่ง ภายใต้โค้ชโบว์ลิ่ง ของอังกฤษ จอน ลูอิส

เขาได้เข้าร่วม ทีมชาติอังกฤษ สำหรับเกมของพวกเขา ที่สองวันแรกที่ได้รับ การโจมตีโดยฝน Cooley จะยังคงทำงาน ร่วมกับอังกฤษต่อไป ในการทดสอบครั้งแรกที่ Gabba ในวันที่ 8 ธันวาคม ก่อนที่จะเข้าร่วม Lions สำหรับการแข่งขันสี่วันกับ Australia A. ทางเข้า เว็บพนัน

Troy Cooley

 

โม โบบัต ผู้อำนวยการ ด้านการแสดง ของทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่มีคน ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของทรอย มาสนับสนุนการ เตรียมพร้อมของเรา และยังทำงาน อย่างใกล้ชิดกับ นักขว้างลูกไลออนส์ของเราด้วย

“ ความเข้าใจของทรอย เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องใช้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จ ในสภาพออสเตรเลีย นั้นไม่เป็นสองรองใคร และผู้เล่นจะได้รับ ประโยชน์อย่างมหาศาล อย่างแน่นอน ”

Cooley ได้รับการยกย่อง อย่างกว้างขวางจาก ความสำเร็จของ การโจมตีสี่คนของ Stephen Harmison, Matthew Hoggard, Simon Jones และ Andrew Flintoff ซึ่งช่วยให้อังกฤษ เอาชนะออสเตรเลีย 2-1 ในปี 2548

เขาออกจากทีมชาติอังกฤษ ในปีถัดมา และได้ร่วมงาน กับทีมออสเตรเลีย และศูนย์ความเป็นเลิศ ของคริกเก็ตออสเตรเลีย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ติดตามอ่านเพิ่มเติมที่ ข่าวกีฬา

รับข้อเสนอโดนใจที่นี่ @UFA-X10

___ หลงวาริน ___