Category บทความกีฬาที่น่าสนใจ

ตารางคะแนนทุกลีก2022

ตารางคะแนนทุกลีก2022 อัพเดทตารางคะแนน 4 ลีกดังก่อนใครที่นี่

ตารางคะแนนทุกลีก2022 อัพเดทคะแนนของ 4 ลีกใหญ่ พรีเมียลัก อังกฤษ , บุนเดสลีกา เยอรมัน , ลาลีกา สเปน , เซเรีย อา อิตาลี

ตารางคะแนนทุกลีก2022 โดยในวันนี้ เราจะมาเริ่ม จากลีกที่มีแฟนบอล มากที่สุดในโลกอย่าง ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก 2022 หลังจากผ่านไป 32 นัดแล้ว มีทีมไหนบ้าง ที่ยังมีลุ้นแชมป์อยู่ ทีมไหนจะได้ไป ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก และทีมไหนจะตกชั้น ไปเล่นใน ดิวิชั่น 1

โดยผู้นำยังคงเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ที่ใหญ่กว่า แมนยูไปแล้ว ด้วยคะแนน 77 คะแนน จาก 32 นัด ยิงได้ 75 เสียเพียง 20 ประตู จี้มาติดๆคือ ลิเวอร์พูล เตะ 32 นัดเท่ากัน ทำประตูได้ 83 เสีย 22 และมี 76 แต้ม

ด้านอันดับ 3-4 ที่จะได้ไปแชมป์เปี้ยนลีก นั่นก็คือ เซลซี ตามจ่าฝูงและ รองจ่าฝูงอย่างห่างๆที่ 62 คะแนน หมดลุ้นแชมป์ 100% ตามมาด้วย สเปอร์ส , อาร์เซนอล , แมนยู และ เวสต์แฮม ซึ่งดูแล้ว ไก่เดือยทอง มีโอกาสที่จะได้ไป UCL มากที่สุด

สำหรับทีมตกชั้นนั้น 2 ทีม ที่ตกชัวๆแล้วคือ นอริช และ วัตฟอร์ต ด้าน เบิร์นลี่ , เอฟเวอร์ตัน , ลีดส์ ยังคงต้องการคะแนน ทุกแต้มสำคัญ เพื่อหนีตกชั้นในปีนี้

ส่วนในเรื่องของ ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก เราได้ลงให้ชมกันแล้วที่หน้าปกนะครับ

ตารางคะแนนทุกลีก2022

มาต่อกันที่ ตารางคะแนน บุสเดสลีกา เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค ยังคงนำโด่งเช่นเคย

ในส่วนของลีก บุนเดสลีกา นั้นเตะไปแล้วทั้งสิ้น 30 นัด ยังคงเป็น เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่ทำคะแนนทิ้งห่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุน ถึง 9 คะแนน โดยบาเยิร์นนั้นมี 72 แต้ม และ ดอร์ทมุนตามมาห่างๆอยู่ที่ 62 แต้ม

ในส่วนของพื้นที่ UCL นั้นลีกเยอรมัน ได้พื่นที่ 4 ทีมด้วยกัน ถ้าไม่นับรวม 2 ทีมบน ก็จะเหลือพื้นที่ว่างอีก 2 พื้นที่ อาร์แบ ไลป์ซิก ยังคงดูดีที่ 54 แต้ม ตามมาติดๆกับห้างขายยา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

โดยนักเขียนมองว่า ตารางคะแนนบุสเดสลีกา พื้นที่ตรงนี้ยังเปิดกว้าง ไฟร์บรว์ก , ยูเนี่ยน เบอร์ลิน , โคโลญจน์ , ฮอฟเฟ่นไฮม์ พร้อมที่จะกระโดนเสียบเสมอ ถ้าสองทีมบน พลาดพลั้งแพ้ติดๆกัน หรือเสมอบ่อยเกินไป

กรอยเธอร์ เฟือร์ธ เป็นทีมที่ต้องเก็บกระเป๋า ตกชั้นไปเป็นทีมแรก อย่างแน่นอนแล้ว โดยอีก2ทีม ต้องลุ้นกันในช่วงท้ายแบบหืดจับ บีเลเฟลด์ , สตุ๊ดการ์ด , แฮร์ธ่า เบอร์ลิน , เอาว์สบรวก ต้องขยับฟอร์มให้ดีขึ้น เสมอไม่ว่า แต่ถ้าแพ้รัวๆ มีสิทธิ์ตกชั้นแน่นอน

ตารางคะแนนทุกลีก2022

ตารางคะแนนทุกลีก2022 ลาลีกา สเปน ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด การันตรีแชมป์ 99.99 %

มาถึง ตารางคะแนนลาลีกา กันบ้าง โดยทีมที่นำโด่ง และน่าจะได้แชมป์ ปีนี้เกือบๆจะ 100% นั่นก็คือ เรอัล มาดริด นำโด่งที่ 78 แต้ม เตะไป 33 แมตช์

บาร์ซ่า ตามมาห่างๆอย่างห่วงๆที่ 63 คะแนน เตะน้อยกว่า 1 นัด มาดริดต้องการชนะ เพียงแมตช์เดียวใน 5 แมตช์ที่เหลือ ก็จะเป็นแชมป์

ในส่วนของพื้นที่ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ยังคงต้องขับเขี้ยวกัน 4-5 ทีม บาร์เซโลน่า , เซบีญ่า , แอต มาดริด , รีล เบติส , รีบ โซเซียดัด ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ มีโอกาสที่จะได้ไปทั้งนั้น ก็ต้องมาดูฟอร์ม 5-6 นัดที่เหลือว่า ลาลีกา สเปน ใครจะทำได้ดีกว่ากัน

ด้าน อลาเบส และ เลบันเต้ สถานการณ์ยังย่ำแย่ มี 25 แต้มเท่ากัน แต่ก็ยังไม่การันตรีตกชั้น ไปซะทีเดียว ยังคงต้องลุ้นหนีตายกับ กราน้าด้า , คาดิซ , มาร์ยอก้า โดยในส่วนของ2ทีม ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ความหวังน่าจะริบหรี่พอสมควร

ตารางคะแนนทุกลีก2022

สุดท้ายกับ กัลโช่ เซเรียอา ลีกที่ดูจะสูสีที่สุด ยังคาดเดาไม่ได้ว่า ใครจะได้แชมป์ปีนี้ไปครอง

มาถึง ตารางคะแนนอิตาลี กันบ้าง โดยลีกนี้ยังคงมี 3 ทีมใหญ่ ที่ขับเขี้ยวลุ้นแชมป์ กันอย่างสนุก จบกันไปแล้ว 32-33 นัดด้วยกัน คู่แค้นแห่งเมืองมิลาน เอซี มิลาน นำอยู่ที่ 71 แต้มแต่แข่งมากกว่า อินเตอร์ มิลาน ที่มี 69 คะแนนแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

นั่นหมายความถ้า อินเตอร์ มิลาน เก็บชนะชัยชนะอีกนัดนึงได้ ก็จะกลับมานำ และอีกหนึ่งทีม ที่ประมาทไม่ได้เลย ก็คือทีม นาโปลี 33 นัดมี 67 คะแนน ถือว่ายังพอได้ลุ้นแชมป์ กับจ่าฝูงและรองจ่าฝูง แบบห่างๆเหมือนกัน

โดย ยูเวนตุส , โรม่า , ลาซิโอ และ ฟิออเรนติน่า ต้องแย่งชิงอีกตั๋ว 1 ใบ เพื่อไปบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป แต่ดูทรงแล้ว ยูเวนตุส น่าจะมีภาษีดีที่สุด แต่โลกฟุตบอลนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้

เจนัว , เวเนเซีย , ซาร์แลลิตาน่า 3 ทีมจากโซนท้ายตาราง มีคะแนนเท่ากันที่ 22 คะแนน ดูทรงแล้วไม่น่ารอด

น่าจะกอดคอกันตก ดิวิชั่นทั้ง 3 ทีม แต่ที่หวังเล็กน่าจะเป็น ซาร์แลลิตาน่า ที่ดูดีขึ้นมา ในช่วงหลัง แต่ก็ยังห่างอันดับ 17 อยู่ถึง 6 แต้ม ความหวังเหลือน้อยเหลือเกิน

วันนี้ก็ขอลาไปเพียงเท่านี้ และขอฝาก บทความกีฬาที่น่าสนใจ ของเว็ปเราเอาไว้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่าน แล้วเจอกันใหม่ครับ

” Mischa Cheap “

 

ประวัติผู้จัดการทีม

ประวัติผู้จัดการทีม ผู้จัดการทีมมากความสามารถที่หลาย ๆ สโมสรต้องการตัวไปคุมบังเหียน

ประวัติผู้จัดการทีม อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือมากความสามารถ ที่โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จากหลาย ๆ สโมสร

ประวัติผู้จัดการทีม สวัสดีครับผม ผู้ติดตามทุก ๆ คน วันนี้จะมา พูดถึงบุคคลท่านหนึ่ง ที่มีชื่อเสียง ในวงการลูกหนัง และโด่งดัง กับการนั่งเป็น ผู้จัดการทีม ที่มีความสามารถ ไม่เป็นรองใคร การันตรีจากผลงาน จากหลาย ๆ สโมสร และบุคคล ที่จะมาพูดถึงในวันนี้

เขาคนนั้นก็คือ อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องบอกว่าเขาคนนี้ มีคาเเร็คเตอร์ที่โดดเด่น แต่งตัวเนี๊ยบทุกครั้ง เวลาคุมทัพ แต่ในขณะเดียวกัน Antonio Conte เขาเป็นคน ที่มีอารมณ์ ที่ค่อนข้างจัดจ้าน เรียกว่าถ้าทำอะไรไม่ถูกใจพี่เขา อารมณ์มาเต็มแน่นอน

ประวัติผู้จัดการทีม

วันนี้ผมจะพา ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกับ คอนเต้ สไตล์ ให้มากขึ้น ผมได้รวบรวมข้อมูล เรื่องราวของเขาคนนี้ มานำเสนอให้กับทุก ๆ ท่าน ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกุนซือคนนี้ มาติดตามกันได้เลยครับ 

จากอดีตนักเตะชาวอิตาลี เริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการกุนซือที่คอยคุมทัพนักเตะ ที่โด่งดังในปัจจุบัน

ชายหนุ่มจากอิตาลี ที่เริ่มต้นจากการเป็นนักฟุตบอล โดยเขามีชื่อว่า อันโตนิโอ คอนเต้ เขาเกิดวันที่ 31 กรกฎาคม ในปี 1969 ปัจจุบันพี่เเก อายุ 52 ปีแล้ว เจ้าตัวเคยเป็นนักเตะให้กับ 2 สโมสรเท่านั้น โดยเริ่มจากสโมสรลีเซ่ ทีมจากบ้านเกิดของเขา และก็ก้าวเข้ามาเป็นนักเตะของทีม ม้าลาย ยูเวนตุส

ประวัติผู้จัดการทีม

ที่อยู่รับใช้ให้กับ สโมสรมานานถึง 13 ปีเลยทีเดียว แถมยังประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการอยู่กับทัพม้าลาย ด้วยการที่ คว้าเเชมป์มามากมาย หลายรายการ เริ่มจาก แชมป์เซเรียอา ได้ถึง 5 สมัย และได้แชมป์รายการ อิตาเลียนซูเปอร์คัพอีก 4 สมัย ต่อด้วยการได้แชมป์ โคปาอิตาเลียอีก 1 สมัย

นอกเนือจากนี้ เจ้าตัวยังได้แชมป์รายการใหญ่อย่าง ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก 1 สมัย ,ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพ 1 สมัย ,ยูฟ่า คัพ 1 สมัย และยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ-อินเตอร์คอนติเนลตัลคัพ อีก 1 สมัย ต้องบอกเลยว่า เส้นทางของชีวิต ในการค้าเเข้ง ของเด็กหนุ่มคนนึงจากอิตาลี ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ซึ่งชีวิตหลังจากที่เล่น ให้กับสโมสรใหญ่อย่าง ยูเวนตุส จากอิตาลี เจ้าตัวได้ลงเล่นให้กับทีม มากกว่า 400 นัดเลยทีเดียว หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ประกาศสำคัญ นั่นก็คือการเเขวนสตั๊ด ในช่วงปี 2004 แล้วชีวิตของเขา ก็เริ่มเข้าสู่การเป็นผู้จัดการทีม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติผู้จัดการทีม ก้าวเข้าสู่วงการของการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเต็มตัว ในช่วงฤดูกาล 2005-2006 

ประวัติผู้จัดการทีม ชีวิตของเขา คอนเต้คุมทีมไหน หลังจากการประกาศแขวนสตั๊ด ในปี 2004 ตัวเขานั้น ได้รับโอกาสนั่งเเท่น เป็นผู้จัดการทีมในปี 2006 ด้วยการคุมทัพอาเรสโซ่ ทีมจากลีกล่าง ของประเทศอิตาลี เป็นทีมเเรก ที่คอนเต้ได้คุมทัพ แต่ทว่าการคุมทัพครั้งแรกของเจ้าตัว

ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด จากการที่พาทีม เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียว จากการเล่น 12 นัด ซึ่งทำให้เขาได้ถูกไล่ออก จากการนั่งเเท่นกุนซือนั่นเอง หลังจากนั้นได้มีทีมฟุตบอลอย่าง บารี่ ได้ทาบทามให้เข้ามา เป็นผู้จัดการทีม ในปี 2006 เช่นเดียวกัน แต่การคุมทัพครั้งนี้ของเขา ได้ประสบความสำเร็จ

ในช่วงฤดูกาล 2008-2009 เขาสามารถพาทีมอย่าง บารี่ คว้าเเชมป์ เซเรียบี ได้สำเร็จ เป็นความสำเร็จเเรกของเจ้าตัว ทีได้เข้ามาทำหน้าที่กุนซือ และสามารถพาทีม เลื่อนขั้นสู่ลีกสูงสุด ของอิตาลีได้จนสำเร็จอีกด้วย ด้วยผลงานที่โดดเด่นของเขา ฝีไม้ลายมือที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

เจ้าตัวยกเลิกสัญญากับบารี่ ในปี 2009-2010 เเละได้ก้าวเข้ามาเป็นกุนซือให้กับทีม อตาลันต้า แต่ทว่าผลงาน ไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยการพาทีมร่วงไปอยู่อันดับที่ 19 ของตาราง ก่อนที่คอนเต้ได้ทำการลาออก เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจากแฟนบอล ต่อมาในช่วงฤดูกาล 2010-2011 คอนเต้ได้รับโอกาส

จากทีมเซียน่า และทำตามเป้าจนสำเร็จ โดยการพาทีมเลื่อนขั้น สู่เซเรียอาจนสำเร็จ แต่เเล้วเจ้าตัว ก็ได้มีการโยกย้ายอีกครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าตัว ด้วยการถูกติดต่อ จากสโมสรที่สร้างชื่อเขามาอย่าง ยูเวนตุส ให้มาร่วมทัพ นั่งเเท่นเป็นผู้จัดการทีม ในช่วงฤดูกาล 2011-2012 

ความสำเร็จอันใหญ่ยิ่ง ที่คอนเต้สามารถทำมันจนสำเร็จ ด้วยการนำทัพม้าลายยูเวนตุส คว้าเเชมป์ ก่อนย้ายคุมบังเหียนเชลซี ต่อด้วยอินเตอร์มิลาน และที่สุดท้ายคือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จนถึงปัจจุบัน 

การที่ได้เข้ามาเป็นคนคุมบังเหียน ให้กับทีมเก่าที่เขา เคยค้าเเข้งมาอย่าง ม้าลายยูเวนตุส อันโตนิโอ คอนเต้ ผลงาน ได้เฉิดฉายของจริง ด้วยการพาทีม เป็นเเชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัยติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2011-2012 / 2012-2013 / 2013/2014 แถมทีเด็ดอยู่ที่สมัยแรก ด้วยการพาทีมไร้พ่ายในลีก

แถมยังคว้าเเชมป์รายการ โคปป้า อิตาเลีย 2 สมัย ในฤดูกาล 2012 และ 2013 ทั้งนี้เจ้าตัว ยังถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ ด้วยการที่เป็นผู้เล่นของทีมที่สามารถคว้าเเชมป์ เเละเป็นผู้จัดการทีมที่สามารถพาทีมคว้าเเชมป์ได้อีกด้วย แต่เจ้าตัวก็ต้องจบกับยูเวนตุสด้วยการที่มีปัญหากับบอร์ดบริหารของสโมสร

สุดท้ายก็จบด้วยการแยกทางกันนั่นเอง หลังจากแยกทางกันกับยูเวนตุส เขาได้มีโอกาสได้เข้ามาคุมศึกใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการเป็น ผู้จัดการทีมเชลซี อันโตนิโอ คอนเต้ เชลซี ด้วยสัญญา 3 ปี ในช่วงฤดูกาล 2016-2017 และเขาก็ทำมันสำเร็จจริง ๆ ด้วยการพาเชลซี คว้าเเชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง 

ประวัติผู้จัดการทีม

และยังมีสถิติที่น่าทึ่ง ด้วยการทำทีมชนะติดต่อกันถึง 13 นัด แถมยังได้รับรางวัล ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมอีก 3 เดือนติดและยังเป็นคนเเรกในประวัติศาสตร์อีกด้วยแต่สุดท้ายในฤดูกาล 2017-2018 เขาได้ถูกทางสโมสรไล่ออก หลังจากทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่สโมสรวางไว้ หลังจากนั้นเจ้าตัวเงียบหายไปเป็นปี

จนได้รับโอกาสจากคู่ปรับตลอดกาลของยูเวนตุส อย่างทีมอินเตอร์มิลาน ในฤดูกาล 2019-2020 ทีมงูใหญ่มีโอกาสจะได้แชมป์ลีก แต่ก็น่าเสียดายด้วยการที่พวกเขา จบเพียงอันดับที่ 2 เท่านั้น ตามหลังทีมเก่าเขาเพียงแค่ 1 แต้ม แต่ในปีถัดมาเขาก็ทำมันสำเร็จโดยการพาทีม คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ ในฤดูกาล 2020-2021

แต่เเล้ว คอนเต้ ลาออก อีกครั้ง จากการที่มีปัญหาบอร์ดบริหารของสโมสรในปีเดียวกันนั่นเอง คอนเต้ ล่าสุด จนทำให้เขา ได้โอกาสกลับมาสู่เกาะอังกฤษอีกครั้ง ด้วยการคุมพลพรรค ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตั้งแต่ปี 2021 จนถึงปัจจุบัน นั่นเอง โดยสถานการณ์ในลีกปัจจุบันของ

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังคงอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง แต่ยังคงเหลือการแข่งขันอีกหลายนัด ก็ต้องมาคอยติดตามกันว่าเจ้าตัว จะคุมทัพไก่เดือยทองจบอันดับที่เท่าไหร่ แต่ยังคงหวังว่าเจ้าตัวจะไม่มีปัญหากับบอร์ดบริหารของสโมสรอีก เหมือนกับสโมสรที่ผ่าน ๆ มาของเขาที่ได้คุมทัพนั่นเอง

ก็จบลงไปแล้วครับสำหรับข้อมูล เรื่องราวของกุนซือมากความสามารถ ที่ทางเราได้รวบรวมข้อมูลเรื่องราว ประวัติผู้จัดการทีม มานำเสนอให้ทุก ๆ ท่านได้ติดตาม หากชื่นชอบ หรืออยากติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ผู้จัดการทีมแมนยู ผู้จัดการทีมเเมนซิตี้ สามารถติดตามได้เร็ว ๆ นี้ที่ บทความกีฬาที่น่าสนใจ 

 

 

“ชเวลองมองอย่างเซียน”

ประวัตินักบอล

ประวัตินักบอล จันฟรังโก โซลา พ่อมดแห่งวงการฟุตบอลอิตาลี และ เซลซี

ประวัตินักบอล จันฟรังโก โซลา ตำนานเบอร์ 25 แห่งเซลซี ผู้ที่เป็นที่รัก ของแฟนสิงบูลส์ ทั่วโลกในยุค 1990-2000

ประวัตินักบอล จันฟรังโก โซลา เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1966 โดยเกิดที่ Oliana ประเทศ อิตาลี ชีวิตการค้าแข้งของเขา เกิดขึ้นตอนอายุ 18 ปี

เริ่มต้นที่ปี 1984 กับสโมสรเล็กๆ อย่าง Nuorese โดยเล่นตั้งแต่ปี 1984-1986 ลงเล่น 31 นัด ทำไป 10 ประตู หลังจากนั้นเขาได้ย้าย

ไปที่สโมสร Torres ในช่วงปี 1986-1989 และได้ลงเล่น 88 นัด ทำไปถึง 33 ประตู หลังจากนั้นทีมยักษ์ใหญ่อย่าง นาโปลี ได้คว้าตัว โซล่า

มาเข้าร่วมทีม ซึ่งตอนนั้น นาโปลี มีตำนานนักฟุตบอลอย่าง ดิเอโก้ มาราดอนน่า เป็นตัวชูโรง หลังจากเข้ามาปีแรก โดยการเข้ามาของเขานั้น

ได้ถูกวางตำแหน่ง ให้เป็นตัวตายตัวแทนของ มาราดอนน่า เลยก็ว่าได้ ด้วยสไตล์การเล่น ส่วนสูง และพรสวรรค์ที่มีติดตัว และเพียงฤดูกาลแรก

ในถิ่น ซานตานิโอ้ เดอ เปาโล โซล่าและทีม นาโปลี ก็คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ อิตาลี มาได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นการสยบคำครหา ที่บอกว่า

เขาตัวเล็กเกินไป ไม่เหมาะกับการ เป็นนักฟุตบอล ไปทำอาชีพอื่นซะดีกว่า หลังจากนั้นในปีถัดมา นาโปลี ก็ต้องสูญเสีย ผู้เล่นคนสำคัญ

อย่าง ดีเอโก้ มาราดอนน่า ไปด้วยคดียาเสพติด ทำให้เขาถูกแบนไปถึง 15 เดือน แต่ถึงอย่างนั้น โซล่า ก็พาทีมคว้าแชมป์

อิตาเลี่ยน ซุปเปอร์คัพ ในปี 1991 และได้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติ และทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง พนันบอลออนไลน์

ประวัตินักบอล

จากสโมสรนาโปลี สู่สโมสรปาร์ม่า จนโดนดราม่าว่าเป็นผู้ทรยศ

โดยต่อมาในปี 1993 โซล่า ได้ย้ายมาอยู่ที่ปาร์ม่า คู่แค้นสำหรับ ทีมนาโปลี ในยุคนั้น จนแฟนๆบอล นาโปลี ขนานนามเขาว่า

” ผู้ทรยศ ” ต่อสโมสร แต่ถึงอย่างนั้น โซล่าก็ระเบิดพลัง ซุปเปอร์สตาร์ ให้ทุกคนได้เห็น ทำให้เขาเป็นหนึ่งใน

ผู้เล่นชั้นนำของลึก ด้วยเทคนิคที่หาตัวจับยาก ลูกยิงที่เฉียบคม และทีเด็ดทีขาดกับลูกฟรีคิก และเขาก็ยังเป็น กำลังสำคัญ

ในการพาทีม ปาร์ม่า คว้าแชมป์ซุปเปอร์คัพ และ แชมป์ยูฟ่าคัพ ก่อนที่จะถูกขายออกจากทีมไป เนื่องจากการเล่นของเขา

ไม่ถูกใจโค้ชคนใหม่ของทีม อย่าง คาโล อันเชล็อตติ ที่คุมปาร์ม่าในตอนนั้น บทความกีฬาที่น่าสนใจ

โดย ตอนอยู่นาโปลีช่วงปี 1989-1993 นั้น เขาลง 105 นัด ทำประตูไปได้ 32 ประตู

และตอนอยู่ ปาร์ม่า ช่วงปี 1993-1996 เขาลงเล่น 102 นัด ทำประตูไปถึง 49 ประตู ดูบอลสด

ประวัตินักบอล

ประวัตินักบอล จากบ้านเกิดเมืองนอน สู่ แสตมป์ฟอร์ด บริจน์ กับ ทีมเซลซี

หลังจากที่ ประสบความสำเร็จ อย่างมากมายที่ อิตาลี เขาก็ได้ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาสู่ เกาะอังกฤษ และได้เริ่มต้นการเป็นตำนาน

ของ เซลซี ในเดือน พฤศจิกายน ปี 1996 ด้วยราคา ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ พร้อมด้วยการสวมหมายเลข 25 ให้กับเซลซี

ที่ในตอนนั้น รุด กุลลิจ นายใหญ่ของเซลซีในตอนนั้น โซล่าได้เข้ามาประสานงานกับ จิอันลุก้า วิอัลลี่ และ

โรแบร์โต้ ดิมัจเตโอ เพื่อนร่วมชาติชาว อิตาลี เป็นแก๊ง 3 ประสาน ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยแค่ในปีแรก

ของการค้าแข้งใน อังกฤษ โซล่าลงเล่น 30 นัด และทำไปถึง 12 ประตู และยังพาทีมคว้าแชมป์ FA Cup ได้อีกด้วย

และในปีนั้นเขายังได้รับรางวัล FWA หรือรางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีไปครองด้วย โซล่าสามารถปรับตัวให้เข้ากับ

Sexy Football ของ รุด กิลลิจ ได้อย่างเหลือเชื่อ และด้วยความถ่อมตัว นอบน้อม และวางดีตัว จึงทำให้โซล่า

เป็นที่รัก ของแฟนๆเซลซีในยุคนั้น ดูกีฬาออนไลน์

ประวัตินักบอล

สู่จุดสูงสุดกับเซลซี ก่อนย้ายกลับไปแขวนสตั๊ดที่ กาญารี่ เมืองที่เขาสัญญาว่าจะไปแขวนสตั๊ดที่นั่น

โดยในยุคนั้น สิ่งที่ทำให้โซล่าโด่งดังที่สุด นั่นก็คือ ลูกฟรีคิก และการเล่นลูกนิ่งของเขานั่นเอง โดยโซล่า กล่าวไว้ว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจ

มาจาก ดีเอโก้ มาราดอนน่า เพื่อนร่วมทีมของเขาที่นาโปลี และในปี 1997 ความร้อนแรงของเขาก็ไม่หยุดเพียงแค่นั้น

เขาพาทีมคว้าแชมป์ 2 รายการ คือ คัพ วินเนอร์ คัพ และ ลีก คัพ มันตอกย้ำว่าการมาของ โซล่า นั้นได้มายกระดับของ

เซลซี ให้ขึ้นเป็นทีมแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ หลังจากนั้น จิอันลูก้า วิอัลลี่ ได้มาคุมทีมแทน และได้เอาชนะ

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จาก สเปน และคว้าแชมป์ ซุปเปอร์คัพ มาได้สำเร็จ แต่แล้วพอเวลาร่วงเลยไป ในปี 2003

หลังจากที่ โรมัน อับราโมวิช ได้เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม ทำให้เซลซี ซื้อซุปเปอร์สตาร์มามากมาย และเปลี่ยนเป็นระบบ

Rotation ทำให้ โซล่าต้องอยู่ม้านั่งสำรองบ่อยขึ้น จนถึงปี 2003 ในวัย 36 ได้กลับไปเล่น ให้กาญารี่ ปิดตำนานเบอร์ 25

ของ เซลซีไป เขาลงเล่นทั้งสิ้น 229 ให้กับเซลซี ทำประตูไปถึง 59 ประตู และ เบอร์ 25 ของเซลซีในปัจจุบันนั้น

ก็ยังไม่มีใครใส่ เนื่องจากให้เกียรติสำหรับโซล่า ปัจจุบันเขาก็ยังเป็นผู้ช่วยโค้ชอยู่ที่สโมสรที่เหมือนบ้านของเขา เซลซี

ข่าวกีฬาทั่วโลก

ข่าวกีฬาทั่วโลก แบล็กโกลด์ หรือ ดำดอตดอม บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยค่าตัว 4 ล้านบาท

ข่าวกีฬาทั่วโลก สุดยอดตำนานนักชกมวยไทยที่ดังที่สุดในประเทศไทย บัวขาว บัญชาเมฆ

ข่าวกีฬาทั่วโลก บทความกีฬาที่น่าสนใจ หากกล่าวถึงวงการ กีฬามวย ใน ประเทศไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักนัก มวยไทย ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ อย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ (Buakaw Banchamek) นักมวยไทยที่มีค่าตัวการชก 4 ล้านบาท ต่อให้ใครต่อใครไม่ได้ติดตาม หรือไม่ได้อยู่ใน วงการมวยไทย ก็ต้องเคยได้ยินชื่อ และเห็นเห็นหน้าคร่าตาผ่านช่องทางทีวี และโซเชียลออนไลน์อย่างแน่นอน

บัวขาวเป็นสุดยอดตำนานนักชกมวยไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จากความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ฝึกฝนวิชามวยอย่างเอาจริงเอาจัง เข้มข้นกับการซ้อม ชกมวยด้วยสไตล์ บู๊ ดุดัน เดินอัด เดินเบียดคู่ชก ทำให้บัวขาวประสบความเส็จอันสูงสุดที่สุดของวงการมวยไทย

สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม 2525 ชาวจังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันอายุ 40 ปี โดยเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และเมื่อายุ 15 ปี บัวขาวได้ย้ายเข้ามาสู่กรุงเทพ ฯ เข้าสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข

ข่าวกีฬาทั่วโลก

ข่าวกีฬาทั่วโลก บัวขาวดังไกลถึต่างแดน

บัวขาวได้รับการยอมรับจาก ประเทศญี่ปุ่น และ ทวีปยุโรป ในปี 2547 บัวขาวได้เดินทางไปชกที่ญี่ปุ่น ในรายการแข่งขันศึก K-1 World Max จากการเอาชนะการแข่งขันรายการ ศึกมวยมาราธอน โตโยต้า ในรุ่นน้ำหนัก 140 ปอนด์ ที่เวทีสนามมวยลุมพินี

ฟอร์มการชกของบัวขาว ทำให้เข้าตาแมวมองโปรโมเตอร์ผู้จัดมวยชาวญี่ปุ่น ทำให้บัวขาวได้ก้าวไปสู่สังเวียน คิกบ็อกซิ่ง K-1 ของญี่ปุ่น และการแข่งขันรายการนี้ ทำให้เป็นจุดกำเนิดความโด่งดังเปรี้งปร้างของบัวขาว ด้วยการคว้าแชมป์เปียนศึก K-1 World Max ปี 2547 ในการเจอกับนักชกจาก ประเทศออสเตรเลีย จอห์น เวย์น พาร์ พร้อมกับรับเงินรางวัลจำนวน 12 ล้านบาท

ถือเป็นจุดกำเนิดให้คนต่างชาติได้รู้จัก และตั้งฉายาวให้กับบัวขาวในนาม แบล็กโกลด์ หรือ ดำดอตดอม นอกจากนี้ยังเป็นที่กอบโกยรายได้อย่างมหาศาล ด้วยค่าตัวการชกแต่ละไฟต์อยู่ที่ประมาณ 1.2 – 1.5 ล้านบาท ไม่รวมเงินรางวัลชนะเลิศ

บัวขาวจะขึ้นชกมวยที่ต่างประเทศประมาณ 5 ไฟต์เท่านั้น เนื่องจากต้องใช้พละกำลังค่อนข้างมากในการขึ้นชกแต่ละไฟต์ ซึ่งบัวขาวได้เดินสายโชว์ตัวตามงานต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย พร้อมกับการขึ้นชกมวย โดยมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

ในปี 2555 บังขาวได้ก้าวขึ้นไปสู่รอบชิงชนะเลิศศึก K-1 World Max อีกครั้ง โดยเจอกับคู่ชกจาก ประเทศอังกฤษ แอนดี้ ซอเยอร์ และเป็นฝ่ายของแอนดี้เอาชนะคะแนนไปได้อย่างค้านสายตาแฟน ๆ หมัดมวย

ซึ่งการแข่งขันในไฟต์นี้ ยกที่ 1 ต่างฝ่ายต่างดูเชิงชิงไหวชิงพริบ ยังไม่ค่อยออกอาวุธกันมากเท่าไหร่ แต่ด้วยชั้นเชิงกระดูกมวย บัวขาวเหนือชั้นกว่าคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการหักเหลี่ยมคู่ต่อสู้ล้มไปก่อนจะหมดเวลาในยกแรก

ในยกที่ 2 บัวขาวยังชกได้ตามารตฐาน ทำให้คู่ต่อสู้ไม่ค่อยมีจังหวะได้สวนกลับอย่างชัดเจนสักเท่าไหร่ และบัวขาวก็ยังอาศับชั้นเชิงชิงหักเหลี่ยมคู่ต่อสู้ล้มไปถึง 3 ครั้ง อีกทั้งยังมีจังหวะสวย ๆ ด้วยการหักคอตีเข่า ถีบหน้าอีกด้วย หลังจากผ่านไป 2 ยก บัวขาวชกได้เหนือกว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก

ยกที่ 3 แอนดี้เดินหน้าเข้าใส่บัวขาวตั้งแต่ต้นยก แต่ก็ทำอะไรบัวขาวไม่ได้มากนัก แต่ก็มีจังหวะสวย ๆ เกิดขึ้นจากการที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างสาดแข้งเข้าหาพร้อม ๆ กัน และมีจังหวะที่บัวขาวสับศอกใส่หน้า ทำให้เกิดแผลแตกบริเวณใต้ตาขวา และหลังจากจบการชกกรรมการต่างให้คะแนนทั้งคู่เสมอกัน

ทำให้ทั้งคู่ต้องชกอีก 1 ยก เพื่อตัดสิน บัวขาวชกดีกว่าคู่ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ออกอาวุธได้เข้าเป้ามากกว่า แถมยังมีลูกเสีบเข่าสวย ๆ ให้เห็นกันอีกด้วย แต่บัวขาวก็แพ้คะแนนไปในที่สุด

ต่อมาในปี 2549 บัวขาวกลับมาชิงชนะเลิศรายการ K-1 World Max ได้อีกครั้ง และถือการการเข้าชิงถึง 3 ปีติดต่อกัน และในครั้งนี้ยอดนักมวยอย่างบัวขาว เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะนักชกจากประเทศ กรีซ อย่าง ไมค์ แซมบิดิส พร้อมกับรับเงินรางวัล 10 ล้านบาท

จากนั้นในปี 2550 ทาง K-1 World Max ได้ประกาศออกกฎกกิตาขึ้นใหม่ว่า ห้ามออกอาวุธด้วยศอกและเข่า ทำให้บัวขาวแพ้การแข่งขัน ตกรอบ 8 คนสุดท้ายในปีนั้น และในปี 2551 และ 2552 บัวขาวไม่สามารถโชว์ฟอร์มผ่านเข้าไปแข่งในรอบชิงชนะเลิศได้อีก

จนกระทั้ง K-1 World Max ประสบปัญหาทางด้านการเงิน ทำให้ต้องยกเลิกการจัดแข่งขัน อีกทั้งสัญญาของบัวขาวกับ K-1 ได้หมดลง ทำให้บัวขาวสามารถเดินสายโชว์ตัวที่ทวีปยุโรป

ข่าวกีฬาทั่วโลก

บัวขาว ในศึก THAI FIGHT

ในปีต่อมาเกิดประเด็นข่าวดังไปทั่วประเทศไทย ในช่วงการแข่งขันรายการ THAI FIGHT ปีที่ 2 ซึ่งบัวขาวได้หายตัวไปจากค่ายมวย ป.ประมุข อย่างไร้ร่องรอย ซึ่งบัวขาวนั้นมีคิวขึ้นชกมวยในไทย และต่างประเทศอย่าง ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ และประเทศญี่ปุ่น ทำให้รายการแข่งขันต้องถูกยกเลิกไปทั้งหมด

จากนั้นบัวขาวได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนอีกครั้ง พร้อมกับให้เหตุผลที่ทำให้ต้องออกจากค่ายมวยไปในตอนนั้น เกิดจากปัญหาการแบ่งค่าตัวกับทางค่าย ซึ่งเป็นปัญหามาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งมาจากการเปลี่ยนหัวหน้าค่ายมวย

บัวขาวได้ประกาศว่า พร้อมที่จะขึ้นชกมวย THAI FIGHT ในรอบชิงชนะเลิศ ที่จัดขึ้น ณ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ซึ่งทางค่ายมวยนั้น ไม่อนุญาตให้บัวขาวขึ้นชกรายการดังกล่าว และถ้าหากบัวขาวขึ้นชกจะเป็นการผิดสัญญากับทางค่าย

แต่บัวขาวขึ้นชกมวยไมยรายการ THAI FIGHT ในฐานะแชมป์เก่า โดยเจอกับนักชกจาก ประเทศรัสเซีย รัสเต็ม ซารีปอฟ และเอาชนะน็อคคู่ต่อสู้ไปในยกที่ 2 และบัวขาวก็ได้ลั่นวาจาว่า ถึงแม้จะต้องติดคุก ผมก็ยอม โดยบัวขาวขึ้นชกเพื่อแฟน ๆ หมัดมวยที่ต่างให้การสนับสนุนกับเจ้าตัวตลอดมา

หลังจากการชกในวันนั้น บัวขาวได้กลับไปบวชพระที่จังหวัดบ้านเกิด และหลังจากที่บัวขาวลาสิกขา เจ้าตัวและค่ายมวย ป.ประมุข ได้หันหน้าเคลียร์ประเด็นปัญหาการแบ่งสรรผลประโยชน์กันใหม่

ซึ่งทางบัวขาวจะได้รับค่าตัวมากกว่าเดิม ตามที่ตัวเองต้องการ จากการชกมวย และการโชว์ตัว แต่ก็ยังไม่จบปัญหาอยู่ดี ต่อมาได้มีการนัดเคลียร์กันอีกครั้ง และบัวขาวก็ได้ตัดสินใจประกาศเลิกชกมวยในวันนั้น เพื่อเป็นการจบปัญหาเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นบัวขาวได้เปิดค่ายมวยของตัวเองโดยใช้ชื่อ บัญชาเมฆ พร้อมกับใช้ชื่อชกว่า บัวขาว บัญชาเมฆ และได้เซ็นสัญญาร่วมกับค่ายมวย ป.ประมุข อีกครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปี

ผลงานเกียรติประวัติการชกมวย

  • ปี 2544 แชมป์มวยไทยประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวท สนามมวยลุมพินี
  • ปี 2004 และ 2006 แชมป์ K-1 World MAX champion
  • ปี 2553 แชมป์ Shoot Boxing S-Cup World champion คนไทยคนแรก และคนเดียวในประเทศไทย
  • ปี 2549, 2552, 2554, 2557 แชมป์สภามวยไทยโลกในพระบรมราชูปถัมภ์ WMC World champion
  • ปี 2557 แชมป์ สภามวยโลก WBC Muaythai Diamond World Championship
  • ปี 2545 แชมป์ ไหว้ครูมวยไทยสวยงาม สนามมวยลุมพินี
  • ปี 2554, 2555 แชมป์มวยไทยไฟท์ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • ปี 2555 ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่น
  • ปี 2557 ถ้วยพระราชทาน กษัตริย์อัลแบร์ตที่ 2 แห่งโมนาโค แชมป์ “มอนติคาโล ไฟต์ติง มาสเตอร์
ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ สิ่งที่เห็นรอบตัว จากการที่ ผู้หญิง เข้ามาอยู่ในโลกฟุตบอลของผู้ชาย ซึ่ง นำทั้งความสุข และ ปัญหามาให้ทั้ง มืออาชีพ และ มือสมัครเล่น

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ ผู้หญิง สาวสวย ฟุตบอล สิ่งที่มักมาพร้อมกัน ความสุข กับ ปัญหา โลกแตก

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ ในชีวิตของลูกผู้ชาย ที่หลงใหล ในกีฬาลูกหนัง ย่อมไปแปลกที่จะมี เพศตรงข้ามเข้ามาสนใจ หรือ ต่อให้ไม่ได้อยู่ในโลกฟุตบอล เพศตรงข้ามก็เป็นสิ่งที่ คู่กับผู้ชายอยู่แล้ว

มันก็เป็นเรื่องไม่แปลกที่ ผู้หญิง จะเลือกคนที่เขามองว่ามีคุณค่า หรือ ดูแลเขาได้ ดังนั้นธรรมชาติสร้างให้มีแรงดึงดูดเสมอ สำหรับคนที่มี ความสามารถ มีกำลังทรัพย์ มีบุคลิกภาพที่ดี

การมีความสามารถทางฟุตบอล หรือ สนใจในกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ นั่นก็เป็นการสร้างคุณค่าในตัวเองอย่างหนึ่ง

แต่สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ ที่หารายได้จากสิ่งที่รักได้เป็นกอบเป็นกำ ย่อมไม่แปลกเลยที่ จะยิ่งมีแรงดึดดูด ให้สาวสวย เข้ามาทำให้อาชีพ ไขว้เขว รวมทั้งหลายๆคน เสียผู้เสียคน ฟอร์มตกไปเลยก็มี

หรือ แม้กระทั่งระดับฟุตบอลรากหญ้า เด็กหนุ่มหลายคนผมเห็นกำลัง หนุ่มฟ้อฟล่อเฟี้ยว ฝีเท้าดี ดูกำลังมีอนาคต แต่เพียงแค่ มีสาวมาติดพัน สักระยะ หรือ มีอะไรเข้ามาทำให้ไขว้เขว สักหน่อย

ก็ออกจากเส้นทาง อนาคตดีดีได้ไม่ยาก บ้างก็ติดจนไม่ต้องมาซ้อมมาเตะ บ้างก็กลายเป็นมีปัญหา จนไม่สามารถมีสามธิใน สิ่งที่ตนทำอยู่ได้ บทความกีฬาที่น่าสนใจ

นักฟุตบอลระดับโลกก็ยังมีปัญหาแบบนี้เช่นกัน

เมื่อเอาเขาเข้ามาในชีวิต หรือ บางคนใช้ชีวิต คาสโนว่า เปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อย แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ ย่อมเป็นดั่งดอกไม้ที่ ทำให้เหล่าแมลงอยากมาตอม ดอมดม

แต่ถึงกระนั้น อย่างน้อย นักฟุตบอลเหล่านั้น กว่าจะเสียศูนย์ไปบ้าง ก็ยังดีที่พวกเขาเหล่านั้นได้ก้าวเข้าไปสู่คำว่า มืออาชีพแล้ว

โรนัลโด้ ของ บราซิล หรือ เหยินใหญ่ ตามฉายาที่ทุกคนรู้จัก ก็เป็น คาสโนว่า คนหนึ่งที่เคยลุ่มหลงในโลกแบบนี้ เพราะสาวๆทุกคนก็ต่างหมายปอง ยอดนักเตะที่ขึ้นชื่อเรียกว่า อันดับหนึ่ง ของโลก ตอนนั้น

ละที่สำคัญ ช่วงนั้นเจ้า เหยินใหญ่ เจ็บอยู่ด้วย ข่าวการควงสาวๆ ระดับ ซุปเปอร์โมเดล มีมาให้เห็นไม่เว้นวัน เปลี่ยนไม่ซ้ำหน้าอยู่ตลอด

การได้ผู้หญิงที่ดีเข้ามาเป็นแรงผลักดันในการก้าวหน้าในเส้นทางลูกหนังได้เช่นกัน

มาที่ด้านตรงข้าม ประเภท ภาพลักษณ์ รักครอบครัว ก็มีให้เห้นเป็นตัวอย่าง เช่น ลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นตัวแทนฝั่งคนที่คบใครคนเดียว ได้สาวสวย มาตั้งแต่ตอนลำบาก ยังไม่มีชื่อเสียง จวบจนทุกวันนี้

นั่นก็แปลว่า ผู้หญิง คู่ ผู้ชาย เพียงแต่ ตัวนักฟุตบอลเอง หรือ คนคนนั้นเลือกเส้นทางแบบไหน คำถามคือทำไมนักฟุตบอล อาชีพ หลายคนทะลุไปสู่ความสำเร็จได้ แต่หลายคน คงไว้ซึ่งความหนักแน่นนั้นไม่ได้

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

เราก็เลยวิเคราะห์ และ พอจะอนุมานได้ว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่ดึงดูดให้ ผู้หญิง เข้าหาสิ่งเหล่านี้นอกจาก เรื่องเพศ นั่นก็คือ ความมั่นคง นั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคน มองหาแบบทั้งรู้ตัว และ ไม่รู้ตัว

หลายคนมองว่า แน่นอน ผู้หญิง ต้องเข้าหานักฟุตบอล ส่วนใหญ่ มาจากเพราะ เท่ห์ เพราะรวย เรากลับมองแง่บวกกว่านั้นว่า มันอาจะเพราะเป็นปลายทาง แต่ต้นทางที่เราคิดว่ามีส่วนมากก็คือ

ความมุ่งมั่น และ มั่งคง ในตนเอง ทำให้มีคุณค่า และ ฝากความหวังไว้ได้ ผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องการความเป็นผู้นำ และ ผู้นำที่มักประสบความสำเร็จ มักจะมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และ การก้าวเดินอย่างมั่นคง

ยกตัวอย่างประเทศของเรา ก็ เจ ชนาธิป ที่ดาราระดับ เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราชื่อดัง ก็ยังเป็นคู่ที่ มาจากสูตรสำเร็จนี้

ตอน เจ ลำบาก เป็นนักฟุตบอล ตัวเล็กที่ไม่มีอนาคตไกล หรือ ไม่มีใครมองว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาก็ผ่านการโดนดูถูกมามากมาย แต่ความแน่วแน่ ทำให้เขามีการยอมรับ แสงภายในตัวเปล่งประกาย จน ดาราดัง ยังต้องมาสนใจ

คู่นี้ เป็นอีกคู่ ที่ เรามองว่าเรื่องเงิน ชื่อเสียง พอจะบอกเราว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ดาราดัง ต้องมาเกาะกระแส นักฟุตบอล แต่เพราะตัวตน ของ เจ ชนาธิป ต่างหากละที่มีแม่เหล็กดึงดูดให้มีเสน่ห์

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบชิงสุกก่อนห่าม แต่จงตั้งมั่นในการสร้างเส้นทางความมั่นคงตัวเองก่อน แล้ว ทุกอย่างจะตามมา

สุดท้ายเราแค่อยากจะบอกว่า ดอกไม้ กับ แมลง มันของคู่กัน ทุกเส้นทางย่อมมีอุปสรรค และ สิ่งล่อลวง ถ้านักฟุตบอล คนใดคนหนึ่ง มีทัศนคติ ที่ดี แบ่งแยก บริหารตัวเอง และ ให้ความสำคัญสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

ระหว่างทางเดิน ไม่ต้องไปถึงระดับชาติ ระดับโลก เพศตรงข้ามก็เริ่มมีเข้ามาเป็นของธรรมดาอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราเอามาเป็นกำลังใจ เอามาวางไว้ในจุดที่เหมาะสม ผมกลับเห้นว่าเป็นสิ่งที่สร้างพลังบวกมากมาย แต่ถ้า ลุ่มหลง หมกมุ่นมากไป โอกาสที่ท่านๆจะล้มเหลว ก็มีมากกว่า

เราควรไปศึกษา ชีวิตของคนที่สำเร็จแล้ว นักฟุตบอลเอง ก็ควรศึกษาบทเรียนเหล่านี้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน และ ส่งเสริมให้ชีวิตตนเอง มีความสุข และ ต่อยอดได้

สุดท้าย อย่างชีวิตชอง เจ ชนาธิป ก็เลือกที่จะยอมปล่อยมือจาก ผู้หญิง ก่อนเพราะเลือกเส้นทางที่คิดว่ายังมีให้ไปต่อ ทั้งที่ตอนนั้น เงินเดือนที่เตะอยู่ในไทย หรือ ชีวิตของ เจ ก็น่าจะพอสำหรับการ ดำรงค์ชีพได้แล้ว

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

ความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นผู้นำ นี่แหละ ที่ใหญ่กว่าตัว ใครมีมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งกลิ่นหอมให้ เพศตรงข้าม มีโอกาสมาสนใจได้มากเท่านั้น ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ธรรมชาติ สร้างมาให้คนเรา อยากได้สิ่งดีดี

ผู้หญฺิง คือ สีสันของฟุตบอล สาวสวยที่เดินเข้าสนาม ทำให้ตากล้องชุ่มชื่นหัวใจเมื่อได้ส่องกล่องไปทาง แฟนบอลเหล่านั้น

แม้กระทั่งพวกเราเอง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า นับวัน โลกของฟุตบอล เพศหญิง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นๆ มันไม่ใช่แค่โลกของผู้ชายอย่างเดียวอีกต่อไป

โลกเปิดกว้าง จนมีนักฟุตบอลหญิง เก่งๆมากมาย มีลีกอาชีพหญิง แฟนบอลผู้หญฺิงที่รัก และ มีความรู็จริงๆมากขึ้น ผู้นำประเทศเริ่มมีผู้หญฺงมากขึ้น ผู้หญิงเล่นดนตรีเก่งมากขึ้น

ที่น่ากลัวคือ ผู้หญิงเข้ามามีอิทธิพล ต่อ วงการต่างๆรวมถึงฟุตบอล และ ชีวิตผู้ชาย มากกว่าเดิม ทั้งในบาทบาม สามี ภรรยา

ความรู้รอบตัวแจ่มๆ

 

ก็ให้ผู้หญิงมีอิทธิพลกับผู้ชายไปเถอะครับ แต่อย่าให้ถึงกับครองโลกนะ เดี๋ยว จะไม่ใช่แค่วงการฟุตบอล พ่อบ้านทั้งหลายก็จะอยู่ยาก ฮ่าๆ

“เด็กเนิร์ดสีส้ม”

 

 

ม้าลายCOMEBACK

ม้าลายCOMEBACK กับโอกาสในการกลับมาลุ้น สคูเด็ตโต้

ม้าลายCOMEBACK การกลับมาอยู่ในลู่ทางของ ยูเวนตุส และ ความหวังในการคว้า สคูเด็ตโต้

ม้าลายCOMEBACK ม้าลาย ยูเวนตุส ทีมฟุตบอลชื่อดังจากเมือง ตูริน ในฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี่ กับความสำเร็จของสโมสร ที่มีติดต่อกันมามากมายในช่วงทศวรรษ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ม้าลาย ยูเวนตุส เป็นทีมที่มีแฟน ๆ และเหล่าบรรดาสาวกของสโมสรอยู่มากมาย

ที่คอยสนับสนุนสโมสร อีกทั้งคอยตามเชียร์ตามลุ้นให้ ม้าลาย ยูเวนตุส ประสบความสำเร็จในทุกรายการการแข่งขัน โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยูเวนตุสได้คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา หรือ สคูเด็ตโต้ มาครองไปแล้ว 9 สมัย

มีเพียงฤดูกาลที่แล้วที่เสียตำแหน่งแชมป์ไปให้กับ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน สร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ และสาวกของ ม้าลาย ยูเวนตุส ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสโมสร ทั้ง ๆ ที่ในฤดูกาลที่แล้วพวกเขามีนักเตะที่มีฝีเท้าดี ๆ อยู่ในหลายคน

ม้าลายCOMEBACK (2)

รวมไปถึงนักเตะซุปเปอร์สตาร์ทอย่าง ซีอาร์ 7 คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ที่เพิ่งย้ายไปเล่นให้กับทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อยู่ในทีม ก็ไม่สามารถช่วยให้ ยูเวนตุส รักษา สคูเด็ตโต้ ในฤดูกาลที่แล้วไว้ได้

ถึงจะไม่ได้ สคูเด็ตโต้ มาครองในฤดูกาลที่แล้ว แต่ ยูเวนตุส ก็ไม่ได้จบ กัลโช่ เซเรีย อา แบบมือเปล่า โดยพวกเขาสามารถคว้าถ้วย โคปปา อิตาเลีย มาครองไว้ได้

ด้วยการเฉือนชนะ อตาลันต้า ได้ในรอบชิงชนะเลิศ 2-1 และคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ฤดูกาล 2020 มาครองได้สำเร็จ ทำให้เหล่าแฟน ๆ กับเหล่าสาวกของ ยูเวนตุส พอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็มีอะไรติดไม้ติดมือในตอนจบฤดูกาล

การออกสตาร์ทของ ยูเวนตุส ในฤดูกาลนี้

ยูเวนตุส ที่ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือวัย 54 เป็นผู้จัดการทีมอยู่ ออกสตาร์ทใน กัลโช่ เซเรีย อา ในฤดูกาลนี้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยการออก สตาร์ท 5 เกมแรกใน กัลโช่ เซเรีย อา ยูเวนตุส เก็บชัยชนะได้แค่ 1 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ไปถึง 2 เกม

นำมาซึ่งคำถามที่ต่อ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีว่า เกิดอะไรขึ้นกับ ยูเวนตุส หลายเกมที่แข้งของ ยูเวนตุส เล่นแบบขาดความต่อเนื่อง จังหวะจบสกอร์ที่ขาดความเฉียบคมเหมือนเมื่อก่อน แผงรับที่เสียประตูง่ายเหลือเกิน

โดยเกม ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 5 เมื่อเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดย ยูเวนตุส ต้องออกไปเยือน สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี และในเกมนี้ทัพ ม้าลาย บุกไปพ่าย เชลซี ถึง 4-0

แฟน ๆ หรือสาวก ยูเวนตุส นั้น ไม่ได้เห็นทีมที่พวกเขารักเสียประตูให้ทีมคู่แข่งมากถึง 4 ลูกมานานแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2017 ที่แพ้ให้กับ ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด ไป 4-1

จึงทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าการกลับคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา หรือ สคูเด็ตโต้ ในฤดูกาลนี้ ยูเว่ คงจะพลาดอีกครั้งเหมือนฤดูกาลที่แล้วแน่ ๆ อีกทั้งการรักษาแชมป์ โคปปา อิตาเลีย คงจะวืดอีกเช่นกัน

ม้าลายCOMEBACK (3)

เริ่มกลับมาตั้งหลักได้

หลังจากความปราชัยต่อ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี อย่างท่วมท้น ในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปถึง 4-0 มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือของทีม ยูเวนตุส ก็ได้ปรับทีมซะใหม่ และค่อย ๆ นำพา ยูเวนตุส กลับสู่เส้นทางใน กัลโช่ เซเรีย อา อีกครั้ง

ผลงานของ มัสซิมิเลีย อัลเลกรี กับลูกทีมเมื่อช่วงเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมาก่อนปิดพักเบรก ฤดูหนาว พวกเขายังไม่แพ้ให้กับใครเลยในทุกรายการ โดยลงแข่งใน กัลโช่ เซเรีย อา 5 เกม ชนะไปถึง 4 เกม และเสมอแค่ 1 เกม ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของตารางคะแนนได้สำเร็จ

ทำแต้มไล่กวดทีม อตาลันต้า ที่อยุ่ในอันดับ 4 เหลือเพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น ส่วนผลงานใน ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ยูเวนตุส เข้ารอบเป็นที่ 1 ของตารางคะแนน พวกเขาเก็บได้ถึง 15 คะแนน จาก 6 เกม โดยแพ้แค่เพียง 1 เกม เท่านั้น

ม้าลายCOMEBACK (4)

ม้าลายCOMEBACK เสริมทัพเพื่อกลับมาลุ้น สคูเด็ตโต้

หลังจากกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ดีในช่วงก่อนปิดพักครึ่งฤดูกาลเมื่อเดือน ธันวาคม ยูเวนตุส ก็ได้เตรียมดึงนักเตะหลายคน เพื่อเข้ามาเสริมทีมในช่วงเปิดตลาดนักเตะเดือน มกราคม

โดยได้ยื่นข้อเสนอ 35 ล้านยูโร ในดึงตัว จานลูก้า สคามัคค่า หัวหอกดาวยิงวัย 22 ปี จากสโมสร ซาสซูโอโล่ จากลีกเดียวกันมาร่วมทีม เพื่อช่วยทำประตูในช่วงฤดูหลังที่เหลืออยู่

โดยสิ่งที่ ยุเวนตุส ต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการหา หน้าเป้า ที่จะทำหน้าที่ในการล่าตาข่าย อีกหนึ่งข่าวดีคือ การได้ เปาโล ดิบาล่า กับ เฟเดริโก้ เคียซ่า กลับมารับใช้สโมสรอีกครั้ง

งานนี้พลพรรค เบียงโคเนรี่ คงต้องมาลุ้นกันว่า การเสริมทัพ และการกลับของผู้เล่นหลักจะสามารถทำให้พวกเขาไล่ตาม งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่รั้งจ่าฝูง โดยมีแต้มทิ้งห่างพวกเขาถึง 13 แต้มได้ทัน จนแซงหน้าคว้า สคูเด็ตโต้ มาครองได้หรือไม่

 

Amuro Ray

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก ดาวทองหงอยโวยเปาแขก!!

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก เหงียนหงอย โทษกรรมการอาหรับ เป่าเอนไทย ในเกมส์อย่างเดือด!!

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง “ทัพมังกรดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม แชมป์เก่า รองแชมป์กลุ่ม บี ที่ได้โคจรมาพบกับ “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย แชมป์ของกลุ่ม เอ

ซึ่งถือได้ว่าเป็นดั่งนัดชิงชนะเลิศ ที่แฟนบอลทั้งหลายได้คิดไว้ แต่กลับต้องโคจรมาพบกันไว ก่อนเวลาอันควร เลยทำให้อุณหภูมิในรอบตัดเชือกนี้ ดูระอุขึ้นมาทันที

ทางด้านแฟนบอลนั้นเข้ามาชมเต็มโควต้า ที่ทาง เอเอฟเอฟ หรือ สมาคมฟุตบอลแห่งอาเซี่ยน ซึ่งกำหนด อยู่ที่ 19,500 คนพอดี ถือว่ามีผู้ชมเยอะที่สุดตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเม้นต์นี้มา ก็ว่าได้!

ระฆังยกแรกเริ่ม!! ออกสตาร์ทเกมส์

เป็นฝ่ายเวียตนามนั้นที่พยายามเซตเกมส์รุกขึ้นมา เพื่อจะหาโอกาสจบสกอร์ขึ้นนำให้ได้ก่อน เกมส์ทำท่าจะเดือดตั้งแต่ต้น เมื่อ ไม่ถึง 5 นาทีแรก เหงียน ตวน อันห์ รับใบเหลืองไวจากการไปเข้าหนักใส่ ธีรศิลป์ แดงดา

โอกาสของไทยได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะหลุดไปของ สุภโชค สารชาติ 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสง้างเท้ายิง เกมเวียดนามยังทำหน้าที่กันได้ดี

ทัพดาวทองได้ฟรีคิกบริเวณมุมธงด้านซ้าย และพยายามเล่นลูกสูตร แต่ดันยิงไปติดบล๋อก ไทยตัดบอลได้สวนกลับ บอลไหลมาถึง ธนวัฒน์​ ซึ้งจิตถาวร จ่ายเรียดทะลุขึ้นหน้าแต่น้ำหนักบอลเหมือนขาดไป แต่ เหงียน ฮหว่าง ดึ๊ก ตัวสุดท้ายของแข้งเหงียนพลาดล้มสกัดไม่โดนบอลทำให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หลุดเดี่ยวไปปั๊มบอลกับ ตราน เหงียน มันห์ นายประตูเวียดนาม ที่พยายามออกมาตัดบอลเร็ว แต่บอลดันกระดอนย้อนกลับเข้าประตูไป ไทยขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 14 เท่านั้นเอง

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก

“ทัพนักรบตระกูลเหงียน” ที่โดนนำออกอาการร้อนลนพยายามบี้เพื่อทวงคืน และครองเกมได้แค่พักเดียวก่อนโดนประตูที่ 2 เมื่อในจังหวะถัดมา ทัพช้างศึกเข้าทำไว “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ เล่นกับ กัปตันเจ ชนาธิป จังหวะเดียวไปที่ สารัช อยู่เย็น ชิ่งบอลต่อเข้าเขตโทษคืนให้กัปตันเจคนเดิม แปสวนตัว ตราน เหงียน มันห์ ประตูเหงียนตุงตาข่ายหมดจด ไทยนำห่าง 2-0 แต่ไทยเกือบจะโดนตีไข่แตกนาที 33 เหงียน กวง ไฮ ปั่นฟรีคิก 30 หลาด้วยซ้ายชนเสาเต็มๆ

ถัดมาไม่นาน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม รับใบเหลืองไปเป็นคนแรกของทีมชาติไทย จากจังหวะตัดฟาวล์ไม่ให้ทางผู้เล่นเวียดนามสวนกลับในแดนบน เกมเล่นกันหนัก วู วาน ตัน กับ เหงียน กวง ไฮ ตัดเกมส์ และเข้าบอลหนักรับใบเหลืองไป ส่วนของไทย ธีราทร บุญมาทัน และ ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูที่ออกตัดฟาวล์นอกเขตรับใบเหลืองไป ในขณะที่ผู้เล่นเวียตนามเข้าประท้วงอย่างหนักด้วยเช่นกัน หมด 45 นาที จบครึ่งแรกไทยนำเวียดนาม 2 ประตูต่อ 0 โดยไทยนั้นครองบอลมากกว่า 57-43 ส่วนจังหวะเข้าทำดาวทองโอกาสยิงมากกว่า 5-3 เข้ากรอบ 1-2 ครั้ง

เริ่มครึ่งหลัง

ทัพดาวทองเปลี่ยน 2 คนส่ง เหวียน ฟาน วัน ดึ๊ก และ เทียน ลินห์ ลงมา ส่วนทีมชาติไทยปรับให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลงมาแทน ธนวัฒน์​ ซึ้งจิตถาวร แชมป์เก่า อาเซียน คัพ 2018 พยายามเซ็ตเกมบุกแต่ยังเจาะไม่ถึงแดนสุดท้าย ทำให้ต้องใช้การยิงไกลเพื่อลุ้นประตู แต่ก็ยังไม่แม่นพอ และมาโดนจังหวะสวนกลับของทัพช้างศึกนาทีที่ 57 เป็นทาง ชนาธิป เกือบได้ทำแฮตทริก เจ้าเจยิงแบบชิพข้ามคานแบบไปได้ลุ้น

นาทีที่ 62 ไทยเปลี่ยนแนวรุกส่ง “เจ้าอาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาแทน “เจ้าเช็ค” สุภโชค สารชาติ ถัดมา 5 นาที ไทยไข่เกือบแตก มานูเอล ทอม เบียรห์ บังบอลพลาดแต่สุดท้าย เหงียน กวง ไฮ เพลย์เมคเกอร์เหงียนได้ตั้งป้อมตะบันด้วยซ้าย 25 หลาชนคานสนั่นบอลออกไปอย่างน่าเสียดาย ช้างศึกเปลี่ยนตัวคนที่ 3 ส่ง “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศนีบำเพ็ญ ลงมาแทน “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ นาที 77 ถัดมานาที 84 ศุภชัย ใจเด็ด เรียกจุดโทษได้ จากจังหวะที่ โด ดุย มานห์ เข้าถึงบอลช้ากว่าเจ้าอาร์ม ผู้ตัดสินจากการ์ต้าเป่าให้ไทยได้จุดโทษ แต่น่าเสียดายที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิงตรงตัว ตราน เหงียน มันห์ เซฟไว้ได้ พลาดแฮตทริกไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายเกม ทริสตอง โด กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ถูกเปลี่ยนลงมาแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม เวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูกันเพิ่มได้ ไทยปิดเกมคว้าชัยเหนือเวียดนาม

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก

ช้างศึกฟาดก่อนในยกแรก 2-0 และรายชื่อผู้เล่น 11 ของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติเวียดนาม (3-4-3) :

ตราน เหงียน มันห์ (ผู้รักษาประตู)

เหงียน ตาห์น ชุน, เกว๊ หง็อก ไฮ, โด ดุย มานห์

วู วาน ตัน, เหงียน ฮหว่าง ดึ๊ก, เหงียน ตวน อันห์, เหงียน ฟอง ฮง ดุย

เหงียน กวง ไฮ, เหงียน คอง เฟือง, เหงียน วาน ตวน

ทีมชาติไทย (4-4-2) :

ฉัตรชัย บุตรพรม (ผู้รักษาประตู)

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, มานูเอล ทอม เบียรห์, กฤษดา กาแมน, ธีราทร บุญมาทัน

ธนวัฒน์​ ซึ้งจิตถาวร, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์

ธีรศิลป์ แดงดา, สุภโชค สารชาติ

แคง เดอะ คองเคอเรอร์